TPOLY พลิกขาดทุนหนัก Q2/69 รับผลกระทบพิเศษ-ธุรกิจไฟฟ้าชะลอ
รายได้รวมหด 11.85% "ขาดทุนสุทธิ" พุ่ง 560.84% สวนทางต้นทุนลด
บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนสุทธิ 685.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 560.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 103.69 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุน 339.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.39% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 11.85% ประกอบกับรายการขาดทุนพิเศษจากการขายเงินลงทุนและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TPOLY ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนหนัก มาจากปัจจัยลบหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการชะลอตัวของรายได้หลัก และรายการขาดทุนพิเศษที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 560.84% โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1) การลดลงของรายได้รวม 11.85% ซึ่งได้รับผลกระทบจากทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจผลิตไฟฟ้า และ 2) รายการขาดทุนพิเศษจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" จากเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 455.92 ล้านบาท และ "ผลขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน" อีก 136.09 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง 20.69% เนื่องจากเข้าสู่ช่วงใกล้ส่งมอบและปิดโครงการ ทำให้การรับรู้รายได้ลดลงตามกลไกปกติของธุรกิจ
- รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 5.26% เป็นผลมาจากโรงไฟฟ้าปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG) ต้องหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมแซม ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลง
- ต้นทุนรวมลดลง 29.57% สอดคล้องกับการลดลงของรายได้ โดยต้นทุนรับเหมาก่อสร้างลดลง 52.12% และต้นทุนขายไฟฟ้าลดลง 5.95% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการซ่อมแซมเครื่องจักรและปริมาณการผลิตที่ลดลง
- รายการขาดทุนพิเศษ:
- ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 455.92 ล้านบาท: เกิดจากการตั้งสำรองหนี้เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าให้กู้ยืมแก่กลุ่มบริษัท สยามเพาเวอร์ จำกัด
- ผลขาดทุนจากการสูญเสียอิทธิพล: สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด (YSSP) ลดลงจาก 18% เหลือ 7.09% ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนการบันทึกบัญชีจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุนทั่วไป และต้องวัดมูลค่าหุ้นส่วนที่เหลือตามราคาบังคับขาย
- ผลขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน 136.09 ล้านบาท: เกิดจากการถูกบังคับขายหุ้นในบริษัท YSSP จำนวน 600,000 หุ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว สำหรับรายการขาดทุนพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนและการสูญเสียอิทธิพลใน YSSP เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน อาจมีผลกระทบต่อเนื่องหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ส่วนการดำเนินงานปกติในธุรกิจรับเหมาและไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น การปิดโครงการ และการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในแต่ละไตรมาสได้
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 685.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 560.84% YoY
- ขาดทุนส่วนบริษัทใหญ่ 339.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.39% YoY
- รายได้รวม 720.75 ล้านบาท ลดลง 11.85% YoY
- รายได้รับเหมาก่อสร้าง 206.12 ล้านบาท ลดลง 20.69% YoY
- รายได้ขายไฟฟ้า 503.90 ล้านบาท ลดลง 5.26% YoY
- รับรู้ผลขาดทุนพิเศษ 455.92 ล้านบาท จากการตั้งสำรองเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน
- รับรู้ผลขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน 136.09 ล้านบาท จากการถูกบังคับขายหุ้น YSSP
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 720.75 ล้านบาท ลดลง 96.87 ล้านบาท หรือ 11.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการรับเหมาก่อสร้าง 206.12 ล้านบาท ลดลง 20.69% และรายได้จากการขายไฟฟ้า 503.90 ล้านบาท ลดลง 5.26% ขณะที่ต้นทุนรวมอยู่ที่ 517.56 ล้านบาท ลดลง 217.33 ล้านบาท หรือ 29.57% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 145.63% เป็น 203.19 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายการขาดทุนจากการดำเนินงานที่สูงถึง 598.36 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 685.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
โอกาส
- การลดลงของต้นทุนรับเหมาก่อสร้างและต้นทุนขายไฟฟ้า สอดคล้องกับการลดลงของรายได้ อาจช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้หากปริมาณงานกลับมา
- การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 32.75% และต้นทุนทางการเงิน 16.74% ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวมของบริษัท
ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงด้านรายได้: การลดลงของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเนื่องจากใกล้ปิดโครงการ และรายได้จากไฟฟ้าที่ชะลอตัวจากการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในระยะสั้น
- ความเสี่ยงด้านรายการพิเศษ: การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวนมาก และการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการสูญเสียอิทธิพล: การเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีและการวัดมูลค่าหุ้นที่เหลืออาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการรับรู้รายได้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในไตรมาสถัดไป
- ความคืบหน้าการซ่อมบำรุงและกลับมาเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าปัตตานี กรีน เพาเวอร์ (PTG)
- สถานการณ์และผลกระทบจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- แผนการบริหารจัดการสินทรัพย์และเงินลงทุนของบริษัทฯ หลังจากการสูญเสียอิทธิพลใน YSSP
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของ TPOLY ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้ 206.12 ล้านบาท ลดลง 20.69% YoY ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นช่วงใกล้ส่งมอบและปิดโครงการ ทำให้การรับรู้รายได้ลดลงตามปกติของวงจรโครงการ แม้ว่าต้นทุนรับเหมาก่อสร้างจะลดลงถึง 52.12% ตามรายได้ แต่การลดลงของรายได้เป็นปัจจัยกดดันหลักในส่วนนี้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากผลประกอบการที่ขาดทุนสุทธิจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัทฯ ได้ในระยะยาว
สรุปท้าย
TPOLY ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับผลประกอบการที่ย่ำแย่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของรายได้ในธุรกิจหลักทั้งการรับเหมาก่อสร้างและไฟฟ้า ประกอบกับรายการขาดทุนพิเศษจากการตั้งสำรองหนี้และถูกบังคับขายเงินลงทุน ซึ่งส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายบางส่วนจะลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายการพิเศษได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้และผลกระทบต่อเนื่องจากรายการขาดทุนพิเศษในไตรมาสถัดไป