TASCO กำไร Q2/2569 โต 4.9% รับแรงหนุนราคาขายยางมะตอยพุ่ง
รายได้รวมโต 19.2% YoY ปัจจัยหลักจากราคาขายยางมะตอยที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจก่อสร้างเติบโตโดดเด่น
บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 7,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาขายยางมะตอยที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลประกอบการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณการขายยางมะตอยในประเทศชะลอตัวลงหลังโครงการบำรุงรักษาถนนส่วนใหญ่แล้วเสร็จ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TASCO ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางมะตอย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและทำให้ยางมะตอยขาดแคลนในตลาดภูมิภาค ปัจจัยนี้ผลักดันให้ราคาขายเฉลี่ยของยางมะตอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ของ TASCO ในธุรกิจยางมะตอย แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 8% YoY เนื่องจากโครงการบำรุงรักษาถนนในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วเสร็จในช่วงต้นไตรมาส และผู้รับเหมาในตลาดต่างประเทศชะลอการดำเนินงานเนื่องจากราคายางมะตอยที่อยู่ในระดับสูง แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายก็สามารถชดเชยปริมาณที่ลดลงได้ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจยางมะตอยเพิ่มขึ้น 16.9% YoY และกำไรขั้นต้นรวมของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.0% YoY
นอกจากนี้ ธุรกิจก่อสร้างยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 59% YoY จากการเพิ่มขึ้นของรายได้โครงการก่อสร้างถนนอย่างมีนัยสำคัญ และการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจนี้
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบและราคายางมะตอย แต่ความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบและราคาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของปริมาณการขายในบางตลาด และการสิ้นสุดของโครงการบำรุงรักษาถนนในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคตได้
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 19.2% YoY แตะ 7,760 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายยางมะตอยที่สูงขึ้น
- กำไรสุทธิ Q2/2569 เพิ่มขึ้น 4.9% YoY เป็น 420 ล้านบาท หรือ 0.27 บาทต่อหุ้น
- ธุรกิจยางมะตอยมีรายได้เพิ่มขึ้น 16.9% YoY แม้ปริมาณขายลดลง 8% YoY เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น
- ธุรกิจก่อสร้างเติบโตโดดเด่น รายได้เพิ่มขึ้น 59% YoY จากโครงการก่อสร้างถนนที่เพิ่มขึ้น
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 0.53 เท่า จาก 0.59 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 TASCO มีรายได้รวม 7,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% YoY และ 6.1% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 10.7% ในปีก่อน แต่ลดลงจาก 11.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% YoY และ 13.8% QoQ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% YoY แต่ลดลง 8.6% QoQ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.27 บาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,244 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% YoY และมีกำไรสุทธิ 879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% YoY
โอกาส
- อุปทานยางมะตอยตึงตัวต่อเนื่อง: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบและราคายางมะตอย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายของบริษัทฯ
- การจัดหาวัตถุดิบจากเวเนซุเอลา: การเริ่มดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและบริหารต้นทุนได้
- การเติบโตของธุรกิจก่อสร้าง: รายได้จากโครงการก่อสร้างถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต
- การใช้พลังงานหมุนเวียน: การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและการเดินระบบ Solar Roof ในไตรมาส 3/2569 จะช่วยลดต้นทุนและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม: ความผันผวนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า
- ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต และต้นทุนการขนส่ง
- การชะลอตัวของความต้องการในตลาดค้าปลีก: ผู้รับเหมาอาจชะลอการดำเนินงานหากราคายางมะตอยยังคงอยู่ในระดับสูง
- การสิ้นสุดโครงการบำรุงรักษาถนน: โครงการบำรุงรักษาถนนส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้แล้วเสร็จ อาจส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อยางมะตอยลดลง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาขายยางมะตอย: การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปทานในตลาดโลก
- ปริมาณการขายยางมะตอย: การฟื้นตัวของความต้องการในตลาดต่างประเทศ และการดำเนินงานของโครงการใหม่ๆ
- ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง: การรับรู้รายได้และอัตรากำไรจากโครงการก่อสร้างถนนที่เพิ่มขึ้น
- ผลกระทบจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า: การเปลี่ยนแปลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลกำไร/ขาดทุนจากสัญญาดังกล่าว
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและขนส่ง: ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจก่อสร้าง TASCO มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 59% YoY แตะ 629 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการก่อสร้างถนนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากงานซ่อมบำรุงและสนามบินจะลดลงเนื่องจากโครงการส่วนใหญ่แล้วเสร็จไปแล้วในช่วงต้นไตรมาส ต้นทุนของธุรกิจก่อสร้างอยู่ที่ 605 ล้านบาท คิดเป็น 96% ของรายได้ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 105% ในปีก่อน โดยการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้โครงการก่อสร้างถนนและอัตรากำไรจากงานซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 22,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 515 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกเก็บ รวมถึงการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้าและบริการ และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,829 ล้านบาท ลดลง 323 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภายใต้สัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาสินค้า และภาษีเงินได้ค้างจ่าย
EBITDA อยู่ที่ 819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY จากการสนับสนุนของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางมะตอยที่สูงขึ้น
งบกระแสเงินสดสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 162 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,495 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.53 เท่า ลดลงจาก 0.59 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TASCO ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายยางมะตอย ซึ่งเป็นผลมาจากอุปทานที่ตึงตัวในตลาดภูมิภาค ประกอบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจก่อสร้าง แม้ว่าปริมาณการขายยางมะตอยจะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของราคาขายก็สามารถชดเชยได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 4.9% YoY อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของ D/E Ratio และการเพิ่มขึ้นของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน