เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TNP โชว์รายได้ Q2/69 โต 14.9% รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ
ข่าวสาร

TNP โชว์รายได้ Q2/69 โต 14.9% รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ

TNP P/E 10.95 YIELD 3.65
50 นาที 01:03 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไร Q2/69 เติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนกำลังซื้อ ขณะที่การขยายสาขายังเป็นปัจจัยหลัก

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 853.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 14.90% YoY ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.57% YoY โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก การขยายสาขาใหม่ และ ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่กลับมาเติบโตเป็นบวก รวมถึง อานิสงส์จากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การขยายสาขา: บริษัทได้เปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขาในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 59 สาขา การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องนี้เป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าและฐานรายได้ของบริษัท
  • ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต: SSSG กลับมาเติบโตที่ 4.9% YoY ในไตรมาส 2/69 หลังจากที่เคยติดลบในไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญคือ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ เช่น การเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลให้ผู้ถือบัตรมีการซื้อสินค้าที่สาขาของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2569
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ: โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายผ่านสาขาของบริษัท นอกจากนี้ มาตรการ 60/40 ยังส่งผลดีต่อช่องทางการขายส่ง เนื่องจากร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางขายส่งของบริษัทเพิ่มขึ้น
  • การบริหารต้นทุน: แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:

  • แผนการขยายสาขา: บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 30 สาขาภายใน 3 ปี (2569-2571) ซึ่งจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ในระยะยาว
  • มาตรการภาครัฐ: โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มีระยะเวลาถึงเดือนกันยายน 2569 จะยังคงส่งผลดีต่อยอดขายในช่วงไตรมาส 3/69
  • แนวโน้มเศรษฐกิจ: การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสภาวะเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในอนาคต จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาผลกระทบจากการที่บริษัทไม่ได้เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส 60/40" ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนบิลขายลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้ากับร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น

Highlight สำคัญ

  • รายได้จากการขาย Q2/69 เติบโต 14.90% YoY แตะ 853.59 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ Q2/69 เพิ่มขึ้น 9.57% YoY อยู่ที่ 55.22 ล้านบาท
  • ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) กลับมาเติบโต 4.9% YoY ใน Q2/69
  • การขยายสาขาใหม่ 1 สาขา ใน Q2/69 ทำให้มีสาขารวม 59 สาขา
  • ได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ "ไทยช่วยไทยพลัส" หนุนกำลังซื้อ

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) (TNP) รายงานรายได้จากการขายรวม 853.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 10.80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตของรายได้นี้เป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ 4.9% YoY รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายผ่านช่องทางขายส่งและตัวแทนจำหน่าย

สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,623.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.82% YoY

ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 55.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.57% YoY และเพิ่มขึ้น 14.15% QoQ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงเล็กน้อยจาก 18.40% ใน Q2/68 เป็น 18.02% ใน Q2/69 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า เช่น เครื่องดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายโดยรวมและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้

สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 103.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.70% YoY

โอกาส

  • การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง: แผนการขยายสาขาอีก 30 สาขาใน 3 ปี (2569-2571) จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ: โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ ที่ภาครัฐออกมา จะยังคงเป็นปัจจัยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค
  • การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว: หากเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นและจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ
  • การเพิ่มช่องทางการขาย: การขยายช่องทางการขายส่งผ่านสำนักงานใหญ่และตัวแทนจำหน่าย (Authorized distributor) เป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากร้านโมเดิร์นเทรดและร้านค้าท้องถิ่น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการตั้งราคา
  • กำลังซื้อของผู้บริโภค: แม้จะมีมาตรการภาครัฐ แต่หากกำลังซื้อโดยรวมยังอ่อนแอ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสาขาเดิม
  • การไม่ได้เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส 60/40": โครงการนี้อาจทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้ากับร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนบิลขายของ TNP ลดลง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ผลการดำเนินงานของสาขาใหม่: ติดตามการเติบโตและทำกำไรของสาขาที่เปิดใหม่
  • ทิศทางยอดขายสาขาเดิม (SSSG): ประเมินว่า SSSG จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ
  • การบริหารจัดการต้นทุนขาย: จับตาอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ เพื่อดูผลกระทบจากส่วนผสมของสินค้าและช่องทางการขาย
  • การขยายสาขาตามแผน: ติดตามความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่ตามเป้าหมาย 30 สาขาใน 3 ปี
  • ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ: ประเมินผลกระทบต่อยอดขายและพฤติกรรมผู้บริโภคหลังสิ้นสุดโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส"

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการขาย: เติบโต 14.9% YoY ใน Q2/69 โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขา (เพิ่ม 1 สาขาใน Q2/69 รวมเป็น 59 สาขา) และ SSSG ที่กลับมาเติบโต 4.9% YoY ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ
  • อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 18.40% ใน Q2/68 เป็น 18.02% ใน Q2/69 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่าย: เพิ่มขึ้น 16.73% YoY ใน Q2/69 เป็น 61.09 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: ลดลง 3.48% QoQ ใน Q2/69 เป็น 26.99 ล้านบาท และอัตราส่วนต่อรายได้ลดลง YoY ที่ 3.16% เนื่องจากรายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,779.90 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.56% YoY โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 177.42 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและเพิ่มปริมาณสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการขยายสาขาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

หนี้สินรวมอยู่ที่ 395.35 ล้านบาท ลดลง 18.17% YoY โดยหลักมาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น

ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.50% YoY เป็น 1,384.54 ล้านบาท จากกำไรสะสม

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 5.52 ล้านบาท โดยมีเงินสดจ่ายเพื่อสต็อกสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 65.88 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อขยายสาขา และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 117.06 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล บริษัทมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้ 450 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง

สรุปท้าย

TNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้และกำไรเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนกำลังซื้อ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกกดดันจากการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำกว่า แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้ดี ประกอบกับการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ทำให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ การขยายสาขาที่วางแผนไว้ในอนาคต และนโยบายภาครัฐที่อาจมีต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก

ยังไม่มีความคิดเห็น