IRCP พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2569 รับแรงหนุนรายได้ขายโต 34.83%
รายได้รวมโต 34.74% รับอานิสงส์ขายสินค้าไอทีองค์กรพุ่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 7.65 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11.87 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างต่อเนื่อง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ IRCP ในไตรมาส 2/2569 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 66.82 ล้านบาท หรือ 34.83% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการ ลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 4.56 ล้านบาท หรือ 16.17% ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มที่จัดจำหน่ายสินค้าไอทีสำหรับองค์กร โดยมีดีลเลอร์และรีเซลเลอร์กระจายอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของช่องทางการจัดจำหน่ายและการตอบรับของตลาดสินค้าไอทีระดับองค์กร
ในขณะเดียวกัน การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายจัดการในการควบคุมค่าใช้จ่ายภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีสำหรับองค์กร ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการลงทุนด้านดิจิทัลของภาคธุรกิจต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ค่าบริการพัฒนาระบบที่เพิ่มขึ้น 45.98% ในไตรมาสนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
Highlight สำคัญ
- พลิกมีกำไรสุทธิ: IRCP มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 7.65 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 จากที่ขาดทุน 11.87 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้จากการขายโตโดดเด่น: รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 66.82 ล้านบาท หรือ 34.83% เป็น 258.64 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.56 ล้านบาท หรือ 16.17% เหลือ 23.62 ล้านบาท
- รายได้พัฒนาระบบเติบโต: รายได้ค่าบริการพัฒนาระบบเพิ่มขึ้น 2.44 ล้านบาท หรือ 45.98% เป็น 7.74 ล้านบาท
- ขาดทุนลดลง 6 เดือนแรก: สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.94 ล้านบาท จาก 19.42 ล้านบาทในปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 269.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.51 ล้านบาท หรือ 34.74% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 7.65 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 11.87 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
ส่วนผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 481.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.27 ล้านบาท หรือ 15.96% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 0.94 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 18.48 ล้านบาท หรือ 95.16% จากที่ขาดทุน 19.42 ล้านบาทในปีก่อน
โอกาส
- การเติบโตของตลาดสินค้าไอทีองค์กร: การที่บริษัทสามารถเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าไอทีสำหรับองค์กร แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
- การเติบโตของบริการพัฒนาระบบ: รายได้ค่าบริการพัฒนาระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงโอกาสในการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ หรือการขยายขอบเขตงานในโครงการเดิม
- การควบคุมค่าใช้จ่าย: การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ความเสี่ยง
- การพึ่งพารายได้จากการขาย: แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี แต่การพึ่งพิงรายได้ส่วนนี้อาจมีความเสี่ยงหากตลาดสินค้าไอทีองค์กรมีการแข่งขันสูงหรือมีความผันผวน
- รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าลดลง: รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าที่ลดลงตามมูลค่าสัญญาที่ทยอยลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยรายได้ส่วนอื่นได้
- รายได้อื่นลดลง: การลดลงของรายได้อื่นจากการลงทุนในกิจการร่วมค้าและเงินสนับสนุนทางการตลาด อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้จากการขาย: ติดตามการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าไอทีองค์กรในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
- การรับรู้รายได้โครงการพัฒนาระบบ: จับตาการรับรู้รายได้จากโครงการพัฒนาระบบที่เพิ่มขึ้น ว่ามีขนาดและจำนวนโครงการมากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร
- การบริหารจัดการต้นทุน: ประเมินว่าบริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ได้หรือไม่
- การบริหารค่าใช้จ่าย: ติดตามการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหาร ว่าจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจหรือไม่
- การเปลี่ยนแปลงของรายได้อื่น: สังเกตการณ์ว่ารายได้อื่นที่ลดลงมีแนวโน้มฟื้นตัว หรือจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมในระยะยาวหรือไม่
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในส่วนของรายได้ค่าบริการพัฒนาระบบ IRCP มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 60.32% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 โดยระบุว่าเกิดจากการรับรู้รายได้ของโครงการใหญ่ที่วัดตามความก้าวหน้าของงาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการมีโครงการขนาดใหญ่เข้ามา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้ค่าบริการพัฒนาระบบในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 7.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.98% ซึ่งถือว่าเติบโตได้ดี แต่ต้นทุนค่าบริการพัฒนาระบบกลับลดลงเล็กน้อย 2.20% ในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงอัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานนี้
สำหรับรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท มาจากธุรกิจย่อยในการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีสำหรับองค์กร มีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 14.54% ในงวด 6 เดือนแรก และ 34.83% ในไตรมาส 2/2569 โดยมีเครือข่ายดีลเลอร์และรีเซลเลอร์จำนวนมากทั่วประเทศ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 44.97% ในไตรมาส 2/2569 สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามลักษณะธุรกิจ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของ IRCP อยู่ที่ 1,072.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.63% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.35% เป็น 911.99 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 17.09 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 9.64 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 633.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.02% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.37% เป็น 599.82 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 66.43 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 438.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.09% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.45 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
สรุปท้าย
IRCP โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการเติบโตที่โดดเด่นของรายได้จากการขายสินค้าไอทีองค์กร ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามรายได้ แต่การเติบโตของรายได้ค่าบริการพัฒนาระบบก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียนและ D/E Ratio ที่ระดับ 1.45 เท่า ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป