ASIMAR กำไร Q2/2569 ลดลง 22.5% รับรายได้ต่อเรือวูบหนัก
รายได้รวมหด 30% จากโครงการต่อเรือที่ทยอยจบ ขณะที่งานซ่อมเรือเอกชนชะลอตัว
บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 14.86 ล้านบาท ลดลง 22.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงถึง 29.89% จากการรับรู้รายได้โครงการต่อเรือที่เหลือน้อยลง ประกอบกับลูกค้าภาคเอกชนชะลอการนำเรือเข้าซ่อมแซม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ ASIMAR ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลง 22.51% มาจาก การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับจ้าง โดยเฉพาะรายได้จากงานต่อเรือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทฯ อย่างชัดเจน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการรับจ้างโดยรวมลดลง 31.69% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 2 ส่วน คือ
- งานซ่อมเรือ: รายได้ลดลง 6.89% เนื่องจากลูกค้าภาคเอกชนชะลอการตัดสินใจนำเรือเข้าซ่อมแซม อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและการค้าโดยรวมที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ลูกค้าบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะงานที่สามารถเลื่อนออกไปได้ แม้จะมีงานจากกลุ่มราชการเข้ามาช่วยบางส่วน แต่ก็มีกำไรขั้นต้นน้อยกว่าเรือเอกชน และรอบการซ่อมขึ้นอยู่กับการกำหนดการของหน่วยงานราชการ
- งานต่อเรือ: รายได้ลดลงถึง 73.97% เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือลากจูงขนาด 3,000 แรงม้า ของท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ–กองทัพเรือ ซึ่งมีความคืบหน้าสะสมเพียง 46.58% ในไตรมาสนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ และโครงการต่อเรืออเนกประสงค์ต้นแบบเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงกว่า
นอกจากนี้ แม้ต้นทุนการรับจ้างจะลดลงตามรายได้ แต่ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) กลับลดลงเล็กน้อยจาก 25.35% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 24.27% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการรับจ้างที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าจ้างผู้รับเหมาช่วง เนื่องจากในไตรมาสนี้มีงานซ่อมเรือมูลค่าสูงเข้ามาดำเนินการหลายลำในช่วงเวลาเดียวกันและมีกำหนดส่งมอบใกล้เคียงกัน ทำให้ต้องเพิ่มการใช้บริการผู้รับเหมาช่วงเพื่อรองรับปริมาณงานและส่งมอบให้ทันกำหนด
อีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรคือ การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (โอนกลับ) จำนวน 11.56 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการได้รับชำระคืนหนี้ที่เคยตั้งสำรองไว้ โดยเฉพาะจากบริษัท สยามลัคกี้มารีน จำกัด จำนวน 9.54 ล้านบาท รายการนี้เป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนกำไรในส่วนของกำไรก่อนภาษี แต่เมื่อหักลบกับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว โดยเฉพาะผลกระทบจากโครงการต่อเรือที่ทยอยจบนั้นเป็นไปตามวงจรโครงการ และการรับรู้รายได้จะลดลงเมื่อโครงการใกล้เสร็จสิ้นหรือส่งมอบไปแล้ว ส่วนงานซ่อมเรือเอกชนที่ชะลอตัวนั้นขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด อย่างไรก็ตาม การกลับรายการหนี้สูญเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการได้รับชำระคืน ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในทุกไตรมาส
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 14.86 ล้านบาท ลดลง 22.51% YoY จาก 12.13 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 175.51 ล้านบาท ลดลง 29.89% YoY จาก 250.33 ล้านบาท
- รายได้งานซ่อมเรือลดลง 6.89% จากการชะลอการตัดสินใจของลูกค้าภาคเอกชน
- รายได้งานต่อเรือลดลง 73.97% จากการรับรู้รายได้โครงการที่เหลือน้อยลง
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อย จาก 25.35% เป็น 24.27% เนื่องจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วงเพิ่มขึ้น
- มีรายการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 11.56 ล้านบาท จากการรับชำระหนี้ที่ตั้งสำรองไว้
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 14.86 ล้านบาท ลดลง 2.73 ล้านบาท หรือ 22.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 12.13 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.89% มาอยู่ที่ 175.51 ล้านบาท จาก 250.33 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการรับจ้างที่ลดลงทั้งงานซ่อมเรือและงานต่อเรือ แม้ต้นทุนการรับจ้างจะลดลงตามรายได้ แต่กำไรขั้นต้นก็ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 62.71 ล้านบาท เหลือ 41.02 ล้านบาท (ลดลง 34.59%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.35% เป็น 24.27% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 11.56 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนกำไรก่อนภาษีให้เพิ่มขึ้น 11.11% มาอยู่ที่ 18.40 ล้านบาท แต่เมื่อหักภาษีแล้ว กำไรสุทธิยังคงลดลง
โอกาส
- งานซ่อมเรือจากกลุ่มราชการ: ยังคงเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยพยุงรายได้ แม้จะมีกำไรขั้นต้นน้อยกว่าภาคเอกชน
- การบริหารจัดการต้นทุนงานซ่อมเรือ: บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนงานซ่อมเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานคุณภาพพร้อมส่งมอบงานได้ตามกำหนด
- การกลับรายการหนี้สูญ: การได้รับชำระคืนหนี้ที่เคยตั้งสำรองไว้ ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
ความเสี่ยง
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: ส่งผลให้ลูกค้าภาคเอกชนชะลอการตัดสินใจนำเรือเข้าซ่อมแซม ซึ่งเป็นฐานรายได้หลัก
- การพึ่งพิงโครงการต่อเรือ: รายได้จากงานต่อเรือมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับมูลค่าและระยะเวลาของโครงการ ซึ่งเมื่อโครงการใหญ่ทยอยจบลง รายได้ก็จะลดลงตามไปด้วย
- ต้นทุนผู้รับเหมาช่วง: การต้องพึ่งพาผู้รับเหมาช่วงมากขึ้นในช่วงที่มีงานซ่อมเรือมูลค่าสูงหลายลำพร้อมกัน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการตัดสินใจของลูกค้าภาคเอกชน: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าจะส่งผลต่อการนำเรือเข้าซ่อมแซมหรือไม่
- โครงการต่อเรือใหม่: บริษัทฯ จะสามารถหาโครงการต่อเรือใหม่ที่มีมูลค่าสูงเข้ามาทดแทนโครงการเดิมที่ทยอยส่งมอบได้หรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุน โดยเฉพาะค่าจ้างผู้รับเหมาช่วง ในช่วงที่มีปริมาณงานสูง
- การรับรู้รายได้จากโครงการต่อเรือลากจูง: ความคืบหน้าของโครงการต่อเรือลากจูงขนาด 3,000 แรงม้า และกำหนดการส่งมอบ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
รายได้: รายได้รวมลดลง 29.89% YoY โดยรายได้งานซ่อมเรือลดลง 6.89% เนื่องจากลูกค้าเอกชนชะลอการซ่อมแซม ส่วนรายได้งานต่อเรือลดลง 73.97% จากการรับรู้รายได้โครงการที่เหลือน้อยลง โดยโครงการต่อเรือลากจูง 3,000 แรงม้า มีความคืบหน้า 46.58% เทียบกับปีก่อนที่มีโครงการมูลค่าสูงกว่า
ต้นทุน: ต้นทุนการรับจ้างลดลง 30.70% ตามรายได้งานต่อเรือที่ลดลง แต่ต้นทุนงานซ่อมเรือมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงเล็กน้อยจาก 25.35% เป็น 24.27% เนื่องจากต้นทุนผู้รับเหมาช่วงเพิ่มขึ้นจากการมีงานซ่อมเรือมูลค่าสูงหลายลำพร้อมกัน
ค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 2.14% ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 17.71%
รายการพิเศษ: มีการโอนกลับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 11.56 ล้านบาท จากการรับชำระหนี้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): อยู่ที่ 0.79 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.87 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ โดยหนี้สินรวมลดลง 49.69 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 18.31 ล้านบาทจากการจ่ายปันผล
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio): อยู่ที่ 1.09 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.08 เท่า ณ สิ้นปี 2568 สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 55.65 ล้านบาท จากการใช้เงินสดชำระหนี้ระยะสั้น และการทยอยใช้วัสดุในโครงการต่อเรือ ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนลดลง 55.00 ล้านบาท จากเงินกู้ระยะสั้นที่ลดลง และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่ลดลงตามการส่งมอบงาน
สรุปท้าย
ASIMAR ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง 30% โดยเฉพาะจากโครงการต่อเรือที่ทยอยจบ และการชะลอตัวของลูกค้าภาคเอกชนในงานซ่อมเรือ แม้จะมีรายการพิเศษจากการโอนกลับหนี้สูญมาช่วยหนุนกำไรก่อนภาษี แต่กำไรสุทธิก็ยังคงปรับลดลง 22.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนผู้รับเหมาช่วง เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและบริหารจัดการหนี้สินได้ดี ความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการหาโครงการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ