CPN กำไรสุทธิ Q2/2569 โต 19% แตะ 4,652 ลบ. รับแรงหนุนธุรกิจให้เช่าและบริการ
รายได้ค่าเช่าทำสถิติใหม่ ดันกำไรโตเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและเปิดโครงการใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อน
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 4,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 13,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จของธุรกิจให้เช่าและบริการที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPN ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจให้เช่าและบริการ ซึ่งทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 โดยมีรายได้อยู่ที่ 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิหลักที่เติบโตถึง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน
กลไกที่ทำให้ธุรกิจให้เช่าและบริการเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
- การเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่: ความสำเร็จจากการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราการเช่าในศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เช่น เซ็นทรัล พารค และเซ็นทรัล กระบี่
- การเติบโตของศูนย์การค้าเดิม: รายได้ค่าเช่าและบริการในศูนย์การค้าเดิมเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และยอดขายร้านค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับสัดส่วนผู้เช่าให้มีความเหมาะสม
- การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ: การดำเนินงานตามแผนงานต่างๆ เช่น การติดตั้งแผงผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมมีการเติบโต 5% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเติบโตถึง 29% จากการเปิดโรงแรม GO! เพิ่มเติม และยอดโอนบ้านแนวราบที่เติบโตดี
การเติบโตนี้มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าธุรกิจให้เช่าและบริการยังคงเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันการเติบโต และบริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโครงการใหม่ๆ ในครึ่งหลังของปี 2569 เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เช่าอย่างมีประสิทธิภาพ
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิหลัก (Core Profit) เติบโต 19% YoY แตะ 4,652 ล้านบาท
- รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8% YoY อยู่ที่ 13,105 ล้านบาท
- ธุรกิจให้เช่าและบริการทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ 0.49 เท่า จาก 0.63 เท่าในปีก่อน
- แผนเปิดโครงการใหม่ในครึ่งหลังปี 2569 ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ และโครงการคอนโดมิเนียม PHYLL นครปฐม
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 CPN รายงานรายได้รวมจากการดำเนินงาน 13,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิหลัก 4,652 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตรากำไรสุทธิหลักอยู่ที่ 35.5%
รายได้จากการให้เช่าและบริการทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 11,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ การเติบโตของศูนย์การค้าเดิม และการปรับปรุงศูนย์การค้าที่แล้วเสร็จ
ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของแบรนด์ Hilton และ Centara รวมถึงการเปิดโรงแรม GO! Hotel เพิ่มเติม
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายได้ 640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY โดยมีแรงหนุนจากยอดโอนบ้านแนวราบที่เติบโตดี แม้ว่ายอดโอนคอนโดมิเนียมจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
รายได้อื่นอยู่ที่ 471 ล้านบาท ลดลง 3% YoY โดยหลักเป็นผลกระทบทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน
โอกาส
- การเปิดโครงการใหม่: CPN มีแผนเปิดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์การค้า เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ ในครึ่งหลังปี 2569 และโครงการอื่นๆ ในปีถัดไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
- การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งระยะไกลและระยะใกล้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ จะส่งผลดีต่อยอดขายในศูนย์การค้าและธุรกิจโรงแรม
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ: โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" และมาตรการสนับสนุนทางการคลังอื่นๆ จะช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศ
- การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพ: บริษัทฯ ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง เช่น การติดตั้งแผงผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ: ความกังวลจากสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพ อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
- การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจศูนย์การค้า อาจส่งผลต่ออัตราการเช่าและค่าเช่า
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: รายได้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน อาจมีความผันผวน
- ต้นทุนการก่อสร้าง: แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่: โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ และโครงการอื่นๆ ที่จะเปิดในปีถัดไป
- ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: การติดตามผลของมาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" และมาตรการอื่นๆ ต่อการบริโภคและการท่องเที่ยว
- อัตราการเช่าและการเติบโตของยอดขายในศูนย์การค้า: โดยเฉพาะศูนย์การค้าที่เปิดใหม่และศูนย์การค้าที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ
- การบริหารจัดการต้นทุนการเงิน: แม้ D/E จะลดลง แต่การติดตามต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
- การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม: การปรับตัวของอัตราการเข้าพักและรายได้ของธุรกิจโรงแรม
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- การโอนและ Presale: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Presale โดยตรง แต่ระบุว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายได้ 640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY โดยยอดโอนบ้านแนวราบเติบโตดี ขณะที่ยอดโอนคอนโดมิเนียมลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
- Backlog: ไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่มีโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย (Active) ทั้งหมด 35 โครงการ (คอนโดมิเนียม 17 แห่ง และแนวราบ 18 แห่ง) และมีโครงการที่พักอาศัยที่กำลังจะเปิดขายและโอนในปี 2569-2571 จำนวนมาก
- การเปิดโครงการใหม่: มีแผนเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ ในไตรมาส 3 ปี 2569 และโครงการอื่นๆ ในปี 2570 เป็นต้นไป
- Occupancy Rate / Rental Yield: อัตราการเช่าเฉลี่ยรวมของธุรกิจให้เช่าและบริการอยู่ที่ 91% ทรงตัวจากปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า อัตราการเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 74% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
- ต้นทุนก่อสร้าง: ไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง
- D/E Ratio: อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 0.49 เท่า จาก 0.63 เท่าในปีก่อน
- กระแสเงินสดจากโครงการ: ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 CPN มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 67,172 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.49 เท่า จาก 0.63 เท่าในปีก่อน
บริษัทฯ ยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 26.61 เท่า (ไม่รวมผลกระทบจาก TFRS16)
สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 306,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 2% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 188,401 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19% ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 9%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 118,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า
สรุปท้าย
CPN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิหลักเติบโต 19% YoY เป็นผลจากธุรกิจให้เช่าและบริการที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ การเปิดศูนย์การค้าใหม่ และการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ประกอบกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของต้นทุน แต่การมีแผนเปิดโครงการใหม่ๆ และการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ CPN ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคตอันใกล้