เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
RPH สรุปผลประกอบการ Q2/2569
ข่าวสาร

RPH สรุปผลประกอบการ Q2/2569

RPH P/E 15.77 YIELD 5.60
4 ชั่วโมง 07:26 น. 0 ความเห็น

RPH กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 10.36% QoQ รับผลกระทบจำนวนผู้ป่วยในลดลง

RPH เผชิญแรงกดดันจากจำนวนผู้ป่วยในและอัตราครองเตียงที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม แม้รายได้ต่อ Visit จะเพิ่มขึ้น

บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 26.30 ล้านบาท ลดลง 10.36% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 27.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงจากการจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงที่ปรับตัวลดลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: บริการ

หัวใจกำไรของ RPH ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การลดลงของรายได้รวม โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของจำนวนผู้ป่วยในและอัตราครองเตียงมีสาเหตุมาจากการระบาดของโรคตามฤดูกาลในปีนี้ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ มีการระบาดน้อยกว่าปีก่อน ทำให้ความต้องการเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยในลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีปัจจัยบวกจากการที่รายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยใน (IPD) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยลดผลกระทบจากการลดลงของจำนวนผู้ป่วยได้บางส่วน

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

จากข้อมูลในเอกสาร ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ป่วยตามฤดูกาลเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติ และบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารงานในระยะยาวผ่านการรักษาคุณภาพการให้บริการ การรักษาฐานผู้ป่วยเดิม และการพัฒนบริการเฉพาะทางเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคตามฤดูกาลที่น้อยลงกว่าปีก่อน อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้นต่อไป หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นเดิม

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมลดลง: ไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 269.60 ล้านบาท ลดลง 0.98% จากไตรมาสก่อน และลดลง 4.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • กำไรสุทธิลดลง: กำไรสุทธิอยู่ที่ 26.30 ล้านบาท ลดลง 10.36% จากไตรมาสก่อน และลดลง 27.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • จำนวนผู้ป่วยในลดลง: สาเหตุหลักของรายได้ที่ลดลงมาจากจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงที่ลดลง
  • รายได้ต่อ Visit เพิ่มขึ้น: รายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยใน (IPD) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยลดผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้บางส่วน
  • ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ: ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 188.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.32% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 269.60 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.98% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 4.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักยังคงมาจากกิจการโรงพยาบาลที่ 264.75 ล้านบาท ลดลง 1.40% จากไตรมาสก่อน และลดลง 3.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงที่ลดลง แม้ว่ารายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยในจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 26.30 ล้านบาท ลดลง 10.36% จากไตรมาสก่อน และลดลง 27.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 541.87 ล้านบาท ลดลง 4.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 55.64 ล้านบาท ลดลง 30.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การพัฒนารายได้ต่อ Visit: การที่รายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยใน (IPD) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีในการเพิ่มมูลค่าบริการต่อผู้ป่วยแต่ละราย
  • การพัฒนบริการเฉพาะทาง: บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในพื้นที่ โดยเฉพาะบริการตรวจคัดกรองและบริการเฉพาะทาง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของโรงพยาบาล
  • โครงการโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม: โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามของบริษัทย่อย บริษัท แก่นพะงำ จำกัด อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม คาดว่าจะช่วยเสริมบริการเฉพาะทางในอนาคต

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในระดับต่ำและยังเผชิญความไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศและการใช้จ่ายด้านสุขภาพ
  • การแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: ผู้ประกอบการยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
  • ต้นทุนการดำเนินงานที่ต้องบริหารจัดการ: ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ และค่าสาธารณูปโภค ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารอย่างใกล้ชิด
  • การระบาดของโรคตามฤดูกาลที่น้อยลง: การระบาดของโรคตามฤดูกาลที่น้อยกว่าปีก่อน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนผู้ป่วยในและอัตราครองเตียง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียง: ติดตามว่าสถานการณ์การระบาดของโรคตามฤดูกาลจะส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยในต่อเนื่องหรือไม่
  • การบริหารจัดการต้นทุน: จับตาการบริหารต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากร และค่าสาธารณูปโภค ท่ามกลางรายได้ที่อาจผันผวน
  • ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลศัลยกรรมความงาม: ติดตามความคืบหน้าและการเปิดให้บริการ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ใหม่
  • รายได้ต่อ Visit: ประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อ Visit จะสามารถชดเชยผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด
  • การบริหารจัดการพลังงานและสาธารณูปโภค: ติดตามผลการปรับปรุงระบบ CPMS และการบริหารจัดการทรัพยากรอื่นๆ เพื่อควบคุมต้นทุน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้: รายได้รวมลดลงเล็กน้อย QoQ และ YoY โดยมีสาเหตุหลักจากจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงที่ลดลง เนื่องจากโรคระบาดตามฤดูกาลในปีนี้มีการระบาดน้อยกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้นจากการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
  • ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล: เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย YoY การเพิ่มขึ้น QoQ มาจากต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์ที่สูงขึ้น ส่วนการลดลง YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่ต้นทุนคงที่ เช่น บุคลากรและค่าเสื่อมราคา ไม่ได้ปรับลดลงตามรายได้
  • สัดส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้: เพิ่มขึ้นเป็น 71.18% ใน Q2/2569 จาก 69.27% ในไตรมาสก่อน และ 68.71% ในปีก่อน สะท้อนผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงขณะที่ต้นทุนคงที่บางส่วนไม่ได้ลดลงตาม
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายบริหารอื่นที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์และค่าภาษีสิ่งปลูกสร้าง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 1,984.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างอาคารระหว่างก่อสร้างของบริษัทย่อย
  • หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 308.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.72% จากสิ้นปี 2568 โดยเป็นผลจากหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง และหนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการเบิกใช้เงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทย่อย
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 1,675.70 ล้านบาท ลดลง 2.32% จากสิ้นปี 2568
  • กระแสเงินสด: เงินสดสุทธิปลายงวด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 246.74 ล้านบาท ลดลง 33.44 ล้านบาท จากต้นปี โดยมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 124.86 ล้านบาท แต่มีการใช้เงินลงทุน 125.96 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายสำหรับอาคารระหว่างก่อสร้าง

สรุปท้าย

RPH เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการลดลงของจำนวนผู้ป่วยในและอัตราครองเตียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิ แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อ Visit จะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารายได้จากบริการเฉพาะทางและโครงการใหม่ๆ แต่ต้องจับตาแนวโน้มการระบาดของโรคตามฤดูกาลและต้นทุนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น