UBE พลิกขาดทุน Q2/66 รับผลกระทบแป้งมันวูบ-ต้นทุนพุ่ง
รายได้-กำไร Q2/66 ดิ่ง YoY เหตุยอดขายแป้งมันวูบหนัก-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ขณะมีรายการพิเศษกดดัน
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 106.6 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 83.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,252.5 ล้านบาท ลดลง 31.4% YoY สาเหตุหลักมาจากปริมาณยอดขายธุรกิจแป้งมันสำปะหลังที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UBE ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงอย่างรุนแรงของยอดขายธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ประกอบกับ ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และ การรับรู้รายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยผลประกอบการ Q2/66 ขาดทุนสุทธิ 106.6 ล้านบาท เทียบกับ Q2/65 ที่มีกำไร 83.8 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 227.2% YoY
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ยอดขายแป้งมันสำปะหลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: รายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลงถึง 64.3% YoY เป็น 321.6 ล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของประเทศคู่ค้า และอุปทานมันสำปะหลังที่ลดลงมากจากผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขาย
- ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้น: ราคาเฉลี่ยของหัวมันสำปะหลังสดใน Q2/66 อยู่ที่ 3.39 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 14.5% YoY แม้ราคา ณ สิ้นเดือน ก.ค. 66 จะปรับลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- รายการพิเศษกดดันต้นทุน: ใน Q2/66 บริษัทรับรู้รายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายการผลิตภายใต้กำลังการผลิตต่ำกว่าปกติ (Idle Capacity Cost): จำนวน 69.6 ล้านบาท จากโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่หยุดผลิตชั่วคราวเนื่องจากวัตถุดิบขาดแคลน
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงโรงงานเอทานอลประจำปี (Annual Shutdown): จำนวน 29.9 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นใน Q2/66 แต่ปีก่อนเกิดขึ้นใน Q3/65
- สำรองหนี้สงสัยจะสูญ: จำนวน 24.1 ล้านบาท จากลูกค้าเอทานอลเกรดอุตสาหกรรม
รายการพิเศษเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
- ยอดขายแป้งมันสำปะหลัง: การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและสถานการณ์อุปทานมันสำปะหลัง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา
- ต้นทุนวัตถุดิบ: แนวโน้มราคาวัตถุดิบมันสำปะหลังในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
- รายการพิเศษ: รายการ Idle Capacity Cost และ Annual Shutdown เป็นรายการที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือสถานการณ์เฉพาะหน้า ส่วนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญขึ้นอยู่กับคุณภาพลูกหนี้
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 106.6 ล้านบาท: พลิกจากกำไร 83.8 ล้านบาทใน Q2/65 (-227.2% YoY)
- รายได้รวม 1,252.5 ล้านบาท: ลดลง 31.4% YoY จากยอดขายแป้งมันสำปะหลังที่วูบหนัก
- ธุรกิจเอทานอลทรงตัว: รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% YoY เป็น 820.7 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้น
- ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังหดตัว: รายได้ลดลง 64.3% YoY เป็น 321.6 ล้านบาท จากเศรษฐกิจชะลอตัวและอุปทานลดลง
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลง: อยู่ที่ 8.0% จาก 15.3% ใน Q2/65 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและรายการพิเศษ
- รายการพิเศษกดดัน: รับรู้ Idle Capacity Cost 69.6 ล้านบาท, ค่าซ่อมบำรุง 29.9 ล้านบาท และสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 24.1 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 (Q2’66) บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,252.5 ล้านบาท ลดลง 31.4% YoY โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 106.6 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 83.8 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุน 0.03 บาทต่อหุ้น
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 (1H’66) บริษัทมีรายได้รวม 2,751.7 ล้านบาท ลดลง 18.2% YoY และมีผลขาดทุนสุทธิ 132.8 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 199.4 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุน 0.03 บาทต่อหุ้น
โอกาส
- ราคาขายเอทานอลปรับตัวสูงขึ้น: ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลและมันสำปะหลังที่สูงขึ้น
- รายได้ธุรกิจอื่นเติบโต: รายได้จากธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 1H’66 (+32.6% YoY) โดยมีผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นหลัก
- การรับซื้อวัตถุดิบมันสำปะหลัง: บริษัทมีการรับซื้อหัวมันสำปะหลังเส้นในช่วงฤดูกาลเพื่อเป็นสต็อกในการผลิตเอทานอลตลอดทั้งปี ซึ่งอาจช่วยบริหารต้นทุนได้ในระยะยาว
ความเสี่ยง
- เศรษฐกิจชะลอตัวของประเทศคู่ค้า: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง
- อุปทานมันสำปะหลังลดลง: จากผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม อาจส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและความสามารถในการผลิต
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ราคาหัวมันสำปะหลังสดและกากน้ำตาลมีความผันผวน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
- การแข่งขันในตลาดเอทานอล: แม้ราคาขายจะปรับสูงขึ้น แต่การแข่งขันในตลาดอาจส่งผลต่อปริมาณขายในอนาคต
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพและราคาพืชผลทางการเกษตรอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักของผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง
- สถานการณ์อุปทานและราคาวัตถุดิบมันสำปะหลังในฤดูกาลถัดไป
- การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะ Idle Capacity Cost และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
- การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญและคุณภาพลูกหนี้
- การเติบโตของรายได้จากธุรกิจอื่น (เช่น กาแฟ) เพื่อกระจายความเสี่ยง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
- ราคา Commodity/ASP: ราคาขายเอทานอลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย (+0.6% YoY) ตามราคาวัตถุดิบ แต่ปริมาณขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมลดลงใน 1H’66 ส่วนราคาแป้งมันสำปะหลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและอุปทานลดลง ทำให้รายได้ธุรกิจแป้งวูบหนัก
- ปริมาณขาย-ผลิต: ปริมาณยอดขายธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-64.3% YoY ใน Q2’66) ขณะที่ธุรกิจเอทานอลทรงตัวใน Q2’66 แต่ปริมาณขายเกรดอุตสาหกรรมลดลงใน 1H’66
- ต้นทุนต่อหน่วย: ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้น (+14.5% YoY ใน Q2’66) ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายการผลิตภายใต้กำลังการผลิตต่ำกว่าปกติ (Idle Capacity Cost) 69.6 ล้านบาท และค่าซ่อมบำรุงประจำปี 29.9 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
- กำลังการผลิต: มีการหยุดผลิตชั่วคราวในโรงงานแป้งมันสำปะหลังเนื่องจากวัตถุดิบขาดแคลน ซึ่งส่งผลให้เกิด Idle Capacity Cost
- โครงการลงทุน: ไม่ได้ระบุในเอกสาร
- กฎระเบียบ: ไม่ได้ระบุในเอกสาร
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 7,628.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 65 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากการรับซื้อมันสำปะหลังเส้นเพื่อเป็นสต็อก
- หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 1,924.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.0% จากสิ้นปี 65 จากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อวัตถุดิบ
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 5,704.4 ล้านบาท ลดลง 4.8% จากสิ้นปี 65 จากผลการดำเนินงานขาดทุนใน 1H’66 และการจ่ายเงินปันผล 156.6 ล้านบาท
- กระแสเงินสด: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
สรุปท้าย
UBE ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายสำคัญจากการหดตัวอย่างรุนแรงของยอดขายธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและปัญหาอุปทานวัตถุดิบ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูงและรายการพิเศษที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 106.6 ล้านบาท แม้ธุรกิจเอทานอลจะยังทรงตัวได้จากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจแป้งได้ ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป