เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UKEM พลิกขาดทุน 20.46 ล้านบาทใน Q2/66 รับผลกระทบสต็อกสินค้า-อุปสงค์ซบเซา
ข่าวสาร

UKEM พลิกขาดทุน 20.46 ล้านบาทใน Q2/66 รับผลกระทบสต็อกสินค้า-อุปสงค์ซบเซา

UKEM P/E 9.13 YIELD 1.28
54 นาที 12:07 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรหดตัว YoY เหตุราคาขายเฉลี่ยลด-ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น กดดัน GPM

บริษัท ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือ UKEM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 20.46 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.66 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนสต็อกสินค้า (Stock Loss) และความต้องการซื้อของลูกค้าที่ลดลง ส่งผลให้รายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UKEM ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 20.46 ล้านบาท มาจาก ผลขาดทุนจากสต็อกสินค้า (Stock Loss) และการปรับตัวลดลงของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ประกอบกับต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

ฝ่ายจัดการระบุว่า ไตรมาส 2 เป็นช่วงที่ความต้องการซื้อของลูกค้าลดลง ประกอบกับมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง และเป็นช่วงท้ายของขาลงของราคาสินค้า ทำให้เกิดผลขาดทุนในกลุ่มเคมีภัณฑ์ทั่วไปและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมากกว่าปีก่อน

รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,442.30 ล้านบาท ลดลง 12.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (1,645.98 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง และปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มเคมีภัณฑ์ทั่วไปและชนิดพิเศษ

ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,320.18 ล้านบาท ลดลง 10.22% ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณผลิตภัณฑ์ที่จัดหาและจำหน่ายลดลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นจากสต็อกสินค้าคงเหลือเก่าที่ถูกนำมาขายเพื่อระบายออก ประกอบกับการรับต้นทุนสินค้าใหม่ที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้าโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าราคาขายเฉลี่ย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วไปและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.93% เป็น 9.11 ล้านบาท จาก 5.77 ล้านบาท ในปีก่อน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยธนาคารปรับสูงขึ้น

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

จากถ้อยคำที่ระบุว่า "เป็นช่วงท้ายของขาลงสินค้า" และ "ต้นทุนสินค้าที่มีราคาสูงจากสต็อกสินค้าคงเหลือเก่าได้ถูกนำมาขายเพื่อการระบายออกและรับต้นทุนสินค้าใหม่" ชี้ให้เห็นว่า ลักษณะผลขาดทุนจากสต็อกสินค้าและแรงกดดันต่อ GPM ในไตรมาสนี้มีแนวโน้มเป็นลักษณะครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงของอุปสงค์และราคาขายเฉลี่ยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

Highlight สำคัญ

  • พลิกขาดทุนสุทธิ: ไตรมาส 2/2566 ขาดทุนสุทธิ 20.46 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 19.66 ล้านบาทใน Q2/2565
  • รายได้ลดลง 12.37%: อยู่ที่ 1,442.30 ล้านบาท จาก 1,645.98 ล้านบาทใน Q2/2565
  • GPM ถูกกดดัน: ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายเฉลี่ย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
  • สต็อกสินค้าขาดทุน: เกิด Stock Loss จากการระบายสต็อกเก่าและรับสต็อกใหม่ที่ราคาสูงขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่ม: เพิ่มขึ้น 57.93% เป็น 9.11 ล้านบาท จากผลของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ UKEM แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 20.46 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 19.66 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 40.12 ล้านบาท หรือ 204.07% รายได้จากการขายลดลง 12.37% มาอยู่ที่ 1,442.30 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงและปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มเคมีภัณฑ์ทั่วไปและชนิดพิเศษ ต้นทุนขายลดลง 10.22% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าโดยเฉลี่ยมากกว่าราคาขายเฉลี่ย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 57.93% จากผลของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

โอกาส

  • ฝ่ายจัดการระบุว่า "เป็นช่วงท้ายของขาลงสินค้า" ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงโอกาสที่สภาวะตลาดจะดีขึ้นในอนาคต
  • การบริหารจัดการสต็อกสินค้าใหม่ที่อาจมีต้นทุนที่เหมาะสมกว่าในระยะถัดไป

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาสินค้าสำเร็จรูป: ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อ GPM
  • อุปสงค์ของตลาด: ความต้องการซื้อของลูกค้าที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
  • อัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
  • การบริหารจัดการสต็อก: ความเสี่ยงจากการรับสต็อกใหม่ในราคาที่สูงเกินไป

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 3/2566
  • การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดเคมีภัณฑ์ทั่วไปและชนิดพิเศษ
  • ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสต็อกสินค้าและต้นทุน
  • ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน
  • ความคืบหน้าในการระบายสต็อกสินค้าเก่าที่มีต้นทุนสูง

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้และต้นทุนขายบ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตและจำหน่ายที่ลดลง
  • Order Book: ไม่มีการกล่าวถึง Order Book ในเอกสาร
  • ราคาวัตถุดิบ: มีการกล่าวถึงต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นจากสต็อกเก่าและต้นทุนสินค้าใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงราคาวัตถุดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายเฉลี่ย
  • ส่งออก: ไม่มีการระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
  • ค่าเงิน: ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
  • สินค้าคงคลัง: เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิด Stock Loss ในไตรมาสนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ

สรุปท้าย

UKEM เผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนสต็อกสินค้าและการปรับตัวลดลงของราคาขายเฉลี่ย ประกอบกับต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองว่าสภาวะสต็อกสินค้ามีลักษณะเป็นครั้งคราว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ อุปสงค์ของตลาด และอัตราดอกเบี้ย ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น