TFG กำไร Q2/2566 ดิ่ง 94% สวนทางรายได้รวมโต รับผลกระทบราคาหมูร่วงหนัก
รายได้รวม TFG ไตรมาส 2/2566 พุ่ง 9.7% แต่กำไรสุทธิหดกว่า 94% เหตุราคาขายสุกรดิ่งกดดัน GPM
บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 68.79 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 94.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,238.49 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้น 9.71% มาอยู่ที่ 13,687.40 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรมาจากราคาขายสุกรที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TFG ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงอย่างมาก คือ การดิ่งลงของราคาขายสุกรในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้จากธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจค้าปลีกที่ขยายตัวก็ตาม
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากธุรกิจสุกรในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 2,822.20 ล้านบาท ลดลง 6.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายสุกรจะเพิ่มขึ้นถึง 13.08% มาอยู่ที่ 28,402.23 ตัน แต่ราคาขายสุกรเฉลี่ยกลับลดลงอย่างรุนแรงถึง 30.29% จาก 99.83 บาทต่อกิโลกรัม ในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือเพียง 69.59 บาทต่อกิโลกรัมในไตรมาส 2 ปี 2566 การลดลงของราคาขายนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและบริการรวมลดลงถึง 53.15% จาก 2,745.80 ล้านบาท เหลือเพียง 1,286.43 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยกดดันหลักคือ "ราคาขายในประเทศที่ลดลง" ซึ่งเป็นราคา commodity ที่มีความผันผวนตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลแนวโน้มราคาในอนาคต หรือปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายสุกรในระยะถัดไป จึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 94.45% YoY: อยู่ที่ 68.79 ล้านบาท จาก 1,238.49 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมเติบโต 9.71% YoY: อยู่ที่ 13,687.40 ล้านบาท จาก 12,476.48 ล้านบาท
- ธุรกิจอาหารสัตว์และค้าปลีกเป็นแรงหนุนรายได้: รายได้ธุรกิจอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น 23.12% และธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้น 162.84% จากการขยายสาขา
- ธุรกิจไก่รายได้ลด 24.87% YoY: แม้ราคาไก่เฉลี่ยทรงตัว แต่ปริมาณขายลดลง 26.34%
- ธุรกิจสุกรรายได้ลด 6.46% YoY: จากราคาขายสุกรเฉลี่ยลดลง 30.29% แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
- กำไรขั้นต้นลดลง 53.15% YoY: สาเหตุหลักจากราคาขายสุกรที่ลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 13,687.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจอาหารสัตว์ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 23.12% และธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 162.84% จากการขยายจำนวนสาขาอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมากถึง 94.45% มาอยู่ที่ 68.79 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากธุรกิจสุกรที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
โอกาส
- การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก: การขยายจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องจาก 132 สาขาในปีก่อนเป็น 287 สาขาในปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้และอาจสร้างโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
- การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์: ปริมาณการขายอาหารสัตว์นอกเครือเพิ่มขึ้น 9.41% สะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
- การบริหารจัดการปริมาณขายภายในเครือ: การรวมปริมาณขายชิ้นส่วนไก่และสุกรผ่านช่องทางธุรกิจค้าปลีกและโรงงานปรุงสุก ช่วยเพิ่มปริมาณการขายรวมของทั้งสองธุรกิจ
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร: ราคาขายสุกรที่ลดลงอย่างรุนแรงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยตรง
- การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: แม้จะมีการขยายสาขา แต่การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกอาหารยังคงสูง
- ต้นทุนทางการเงิน: แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การลดลงของกำไรอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาขายสุกร: ทิศทางราคาขายสุกรในประเทศและต่างประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของอัตรากำไร
- การบริหารจัดการต้นทุน: กลยุทธ์ในการควบคุมต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงิน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีก: การเติบโตของรายได้และกำไรจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น
- ปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ไก่: การฟื้นตัวของปริมาณขายและเสถียรภาพของราคาไก่
- การบริหารสต็อก: การจัดการสต็อกสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ธุรกิจไก่: รายได้ลดลง 24.87% YoY มาอยู่ที่ 4,351.73 ล้านบาท แม้ราคาไก่เฉลี่ยทรงตัวที่ 59.63 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปริมาณขายลดลง 26.34% เป็น 54,642.88 ตัน สาเหตุหลักมาจากการบันทึกปริมาณขายบางส่วนในช่องทางธุรกิจค้าปลีกแทน อย่างไรก็ตาม หากรวมปริมาณขายภายในเครือ (ให้ธุรกิจค้าปลีกและโรงงานปรุงสุก) ปริมาณขายรวมอยู่ที่ 87,593.15 ตัน ลดลง 4.74%
ธุรกิจสุกร: รายได้ลดลง 6.46% YoY มาอยู่ที่ 2,822.20 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายสุกรเฉลี่ยที่ลดลงถึง 30.29% มาอยู่ที่ 69.59 บาทต่อกิโลกรัม แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 13.08% เป็น 28,402.23 ตัน แต่หากรวมปริมาณขายชิ้นส่วนสุกรผ่านร้านค้าปลีก ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 50.22% เป็น 42,667.08 ตัน
ธุรกิจอาหารสัตว์: รายได้เติบโต 23.12% YoY มาอยู่ที่ 2,407.91 ล้านบาท โดยปริมาณการขายอาหารสัตว์นอกเครือเพิ่มขึ้น 9.41% เป็น 139,603.86 ตัน
ธุรกิจค้าปลีก: รายได้เติบโตโดดเด่นถึง 162.84% YoY มาอยู่ที่ 3,929.81 ล้านบาท จากการขยายจำนวนสาขาจาก 132 สาขา เป็น 287 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566
กำไรขั้นต้น: ลดลง 53.15% YoY เป็น 1,286.43 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากราคาขายสุกรที่ลดลง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2566
สรุปท้าย
TFG เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมากถึง 94.45% แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากธุรกิจอาหารสัตว์และค้าปลีกที่ขยายตัว แต่การดิ่งลงของราคาขายสุกรได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างรุนแรง โอกาสในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับการปรับตัวของราคาขายสุกรและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท ขณะที่การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา