SNNP Q2/69 รายได้ฟื้นตัว 3.5% ดันกำไรสุทธิโต 18.8% รับอานิสงส์ตลาดเวียดนาม
รายได้-กำไรปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 1,316.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ทำได้ 69.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SNNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เติบโต 15.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แม้ว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จะยังคงลดลง 46.2% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการขายในประเทศ เพิ่มขึ้น 2.2% QoQ จากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มตามฤดูกาล ประกอบกับการทำกิจกรรมทางการตลาด การเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้า และการขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- รายได้จากการขายในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 8.8% QoQ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดเวียดนาม ซึ่งเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง การดำเนินงานมีเสถียรภาพ การกระจายสินค้าครอบคลุมมากขึ้น และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในช่องทางจัดจำหน่าย
- อัตรากำไรขั้นต้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 26.2% ในไตรมาส 1 เป็น 26.8% ในไตรมาส 2 แม้จะเริ่มรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการปรับโครงสร้างส่งเสริมการขาย
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.1% QoQ และ 12.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารกำลังคน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทยและเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและยอดขาย นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น "เจเล่ เยลลี่ โซดา" 2 รสชาติ ที่จัดจำหน่ายใน 7-11 จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่อาจผันผวนตามราคาพลาสติก และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย Q2/69 เติบโต 3.5% QoQ แตะ 1,316.5 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากตลาดในประเทศ (+2.2%) และต่างประเทศ (+8.8%) โดยเฉพาะเวียดนาม
- กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q2/69 เพิ่มขึ้น 15.8% QoQ อยู่ที่ 69.8 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น เป็น 26.8% จาก 26.2% ในไตรมาสก่อนหน้า แม้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.1% YoY จากการปรับโครงสร้างองค์กร
- ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "เจเล่ เยลลี่ โซดา" 2 รสชาติ วางจำหน่ายใน 7-11
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 SNNP มีรายได้จากการขายรวม 1,316.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 2.2% QoQ และรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 8.8% QoQ โดยเฉพาะตลาดเวียดนามที่เติบโตต่อเนื่อง
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,588.2 ล้านบาท ลดลง 9.9% YoY
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 352.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% QoQ แต่ลดลง 13.2% YoY อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% เพิ่มขึ้น 0.6% QoQ แต่ลดลง 2.4% YoY
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2.5% QoQ และ 8.5% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.1% QoQ และ 12.1% YoY
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 69.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% QoQ แต่ลดลง 46.2% YoY สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 56.6% YoY อยู่ที่ 130.2 ล้านบาท
โอกาส
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเวียดนาม: ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค
- การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย: การเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้าในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ และการขยายการกระจายสินค้าในเวียดนาม
- การออกผลิตภัณฑ์ใหม่: การเปิดตัว "เจเล่ เยลลี่ โซดา" 2 รสชาติ ในช่องทาง 7-11 เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและขยายฐานลูกค้า
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ: ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศ
ความเสี่ยง
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพ
- ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ผันผวน: ราคาพลาสติกที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
- การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว
- อัตราแลกเปลี่ยน: ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม
- ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ
- ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ "เจเล่ เยลลี่ โซดา"
- ผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่อกำลังซื้อ
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดให้มีประสิทธิภาพ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: บริษัทเริ่มรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามราคาพลาสติก แต่สามารถบริหารจัดการได้ดีผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
- Volume: รายได้จากการขายในประเทศฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาลและกิจกรรมทางการตลาด ขณะที่ตลาดเวียดนามยังคงเติบโตต่อเนื่อง
- GPM: อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ เป็น 26.8% จากการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- ช่องทางขาย: มีการขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในประเทศ และเพิ่มความครอบคลุมในเวียดนาม
- สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
- อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโต 8.8% QoQ โดยเวียดนามเป็นตลาดหลัก
- ฤดูกาลผลิต: ได้รับปัจจัยบวกจากฤดูร้อนในกลุ่มเครื่องดื่ม
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์: ณ 30 มิ.ย. 69 เท่ากับ 5,891.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปี 68
- หนี้สิน: ณ 30 มิ.ย. 69 เท่ากับ 3,388.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากสิ้นปี 68 จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
- ส่วนของเจ้าของ: ณ 30 มิ.ย. 69 เท่ากับ 2,502.8 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากสิ้นปี 68
- เงินสด: มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ 124.1 ล้านบาท
สรุปท้าย
SNNP ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยมีรายได้จากการขายเติบโต QoQ จากการฟื้นตัวของตลาดในประเทศและตลาดเวียดนาม ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าภาพรวม YoY จะยังคงลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน