SUSCO กำไร Q2/2566 พุ่ง 898 ล้านบาท รับผลบวกการร่วมทุน-ปริมาณขายโต
รายได้-กำไรสุทธิ SUSCO Q2/2566 เติบโตโดดเด่น จากการร่วมทุน Sinopec และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง
บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 1,034.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 135.72 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการเข้ามาร่วมลงทุนของบริษัท Sinopec จากประเทศจีน และปริมาณการขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อลิตรจะลดลงก็ตาม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SUSCO ในไตรมาส 2/2566 คือ กำไรจากการเข้ามาร่วมลงทุนในบริษัทย่อยของบริษัท Sinopec Hong Kong ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังภาษีจำนวน 1,034.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 898.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 662% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- การร่วมทุน Sinopec: การที่บริษัท Sinopec จากประเทศจีน เข้ามาร่วมลงทุนในบริษัทย่อยของ SUSCO โดย Sinopec Hong Kong เข้าซื้อหุ้น 49% เป็นปัจจัยหลักที่สร้างกำไรก้อนใหญ่ให้กับบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
- ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น: ปริมาณการขายน้ำมันรวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 293.182 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 7.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเป็นพันธมิตรกับ ESSO และการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น
- ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง: แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายเฉลี่ยต่อลิตรกลับลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่หักล้างผลบวกจากปริมาณขายบางส่วน
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 1,096.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 890.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 431% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการร่วมทุน Sinopec, ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว (สำหรับกำไรจากการร่วมทุน) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปริมาณขาย)
กำไรจำนวนมากที่รับรู้ในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มาจาก รายการพิเศษจากการเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ มีลักษณะครั้งคราว และไม่น่าจะเกิดขึ้นในระดับเดียวกันในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการเป็นพันธมิตรกับ ESSO และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มีโอกาสที่จะต่อเนื่อง ไปในอนาคต ส่วนการเริ่มมีรายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ของบริษัทย่อย ซัสโก้บียอนด์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาวหรือไม่
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 1,034.28 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 662% YoY จาก 135.72 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 โต 431%: อยู่ที่ 1,096.90 ล้านบาท จาก 206.54 ล้านบาท
- ปัจจัยหลัก: กำไรจากการร่วมทุน Sinopec และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
- ปริมาณขายรวม Q2/2566 เพิ่ม 7.57%: อยู่ที่ 293.182 ล้านลิตร
- รายได้รวม Q2/2566 เพิ่ม 1.77%: อยู่ที่ 9,057.49 ล้านบาท (งบการเงินรวม)
- เริ่มรับรู้รายได้รถยนต์ไฟฟ้า BYD: จากบริษัทย่อย ซัสโก้บียอนด์
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 9,057.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการร่วมลงทุนในบริษัทย่อยของ Sinopec Hong Kong อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนวิธีการทางบัญชีในการจัดทำงบการเงินรวมกับบริษัทย่อยดังกล่าวจากวิธีเดิมเป็นวิธีส่วนได้เสีย ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงในเดือนมิถุนายน 2566
สำหรับผลประกอบการในภาพรวม บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรก่อนภาษีเงินได้จำนวน 1,229.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 215.06 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังภาษีเงินได้อยู่ที่ 982.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 158.35 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ ไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีปริมาณการขาย 229.803 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 7.56% มีรายได้รวม 7,533.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.02% โดยมีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 1,280.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 172.29 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิหลังภาษี 1,034.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 135.72 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 18,140.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.85% และมีกำไรสุทธิหลังภาษี 1,098.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 280.20% หรือคิดเป็น 1.10 บาทต่อหุ้น
โอกาส
- การร่วมทุน Sinopec: การเข้ามาของพันธมิตรรายใหญ่จากจีน อาจนำมาซึ่งโอกาสในการขยายธุรกิจ การเข้าถึงตลาดใหม่ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในอนาคต
- การเติบโตของปริมาณการขาย: การเป็นพันธมิตรกับ ESSO และการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขายน้ำมันที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
- ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า BYD: การเริ่มมีรายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ของบริษัทย่อย ซัสโก้บียอนด์ เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
- การปรับตัวเพิ่มขึ้นของภาวะเศรษฐกิจ: ส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาน้ำมัน: แม้ในไตรมาสนี้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง แต่ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
- การเปลี่ยนแปลงวิธีการทางบัญชี: การเปลี่ยนวิธีการจัดทำงบการเงินรวมส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงในเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตีความตัวเลขรายได้ในระยะสั้น
- การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน: ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลประกอบการในไตรมาสถัดไป: จะเห็นผลกระทบจากการร่วมทุน Sinopec อย่างไรต่อไป และกำไรพิเศษจะหมดไปหรือไม่
- แนวโน้มปริมาณการขาย: การเติบโตของปริมาณการขายจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะจากพันธมิตร ESSO
- การเติบโตของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า BYD: ยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวังหรือไม่ และจะส่งผลต่อรายได้รวมของกลุ่มบริษัทอย่างไร
- การบริหารจัดการต้นทุน: ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
- นโยบายภาครัฐ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2/2566 SUSCO แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของกำไรสุทธิ ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการรับรู้กำไรจากการร่วมทุนกับ Sinopec ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายน้ำมันรวมที่เพิ่มขึ้น 7.57% ในงบรวม และ 7.56% ในงบเฉพาะกิจการ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันตามภาวะเศรษฐกิจและการขยายเครือข่ายพันธมิตร
แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อลิตรในงบเฉพาะกิจการจะลดลง แต่ในงบรวม รายได้จากการขายสุทธิกลับเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาขายในแต่ละช่องทาง
การที่บริษัทฯ เปลี่ยนวิธีการทางบัญชีในการจัดทำงบการเงินรวมเป็นวิธีส่วนได้เสีย ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงในเดือนมิถุนายน แต่ไม่ได้กระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจ
การเริ่มต้นธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นก้าวสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานในระยะต่อไป
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
สรุปท้าย
SUSCO ในไตรมาส 2/2566 สร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรพิเศษจากการร่วมทุนกับ Sinopec ขณะที่ปริมาณการขายน้ำมันยังคงเติบโตได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลงในบางส่วน การขยายธุรกิจสู่รถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าจับตา แม้ว่ากำไรพิเศษจากการร่วมทุนจะเป็นปัจจัยครั้งคราว แต่การเติบโตของปริมาณการขายและโอกาสใหม่ๆ จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไปได้ หากสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาน้ำมันและการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ