SKN กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 12.28% เหตุรายได้ขายลด-ต้นทุนพุ่ง
รายได้รวมวูบ 2.38% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 891.50 ล้านบาท ลดลง 2.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 3.10% แม้จะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 649.20% จากการรับรู้ดอกเบี้ยและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 8.29% และค่าใช้จ่ายบริหารที่ปรับขึ้น 4.45% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 12.28% มาอยู่ที่ 130.36 ล้านบาท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SKN ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การลดลงของรายได้จากการขายที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
รายได้จากการขายลดลง: ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายลดลง 3.10% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ราคาขายสินค้าปรับลดลง และ ราคาค่าขนส่งทางเรือที่ปรับลดลงอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าราคาค่าขนส่งที่ลดลงจะส่งผลดีต่อต้นทุน แต่การที่ราคาขายสินค้าลดลงโดยตรงย่อมกระทบต่อรายได้
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น: แม้ว่าราคาค่าขนส่งทางเรือจะลดลง แต่ต้นทุนขายโดยรวมกลับเพิ่มขึ้น 8.29% ในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และ ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงถึง 19.61%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.45% ในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ ปรับประมาณการค่าตอบแทนพนักงาน และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการที่อ่อนแอลง
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ยังไม่ชัด ต้องติดตาม
จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะต่อเนื่องไปในทิศทางใด การลดลงของราคาขายสินค้าและราคาค่าขนส่งทางเรืออาจเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ในขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าตอบแทนพนักงานมีแนวโน้มที่จะทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นได้ การเปลี่ยนแปลงของราคาขายสินค้าในอนาคตจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า SKN จะสามารถปรับราคาเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้หรือไม่
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 12.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 130.36 ล้านบาท
- รายได้รวมลดลง 2.38% อยู่ที่ 891.50 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายที่ลดลง 3.10%
- ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 8.29% จากราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.45% จากการปรับประมาณการค่าตอบแทนพนักงานและค่าใช้จ่ายทั่วไป
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 19.61% เป็นผลจากการลดลงของรายได้จากการขายและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 891.50 ล้านบาท ลดลง 2.38% เมื่อเทียบกับ 913.27 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยรายได้จากการขายลดลง 3.10% เป็น 883.98 ล้านบาท แม้จะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 649.20% เป็น 7.52 ล้านบาท จากการรับรู้ดอกเบี้ยและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 8.29% เป็น 584.51 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 24.78% เป็น 125.45 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.45% เป็น 36.15 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 19.61% เป็น 299.47 ล้านบาท กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 15.61% เป็น 144.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 12.28% เป็น 130.36 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,631.32 ล้านบาท ลดลง 17.29% เมื่อเทียบกับ 1,972.25 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลง 17.41% เป็น 1,618.36 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.33% เป็น 1,143.48 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 39.97% เป็น 221.91 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10.61% เป็น 64.88 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 44.32% เป็น 474.88 ล้านบาท กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 52.72% เป็น 199.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 51.39% เป็น 181.35 ล้านบาท
โอกาส
- รายได้อื่นเพิ่มขึ้น: การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและการมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้จากการขายที่ลดลงได้บางส่วน
- การบริหารต้นทุนค่าขนส่ง: แม้ราคาขายจะลดลง แต่การที่ราคาค่าขนส่งทางเรือปรับลดลงอย่างมากช่วยลดภาระต้นทุนการขายได้ในส่วนนี้
ความเสี่ยง
- ราคาขายสินค้าผันผวน: การที่ราคาขายสินค้าปรับลดลงเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อรายได้และอัตรากำไร
- ต้นทุนพลังงานสูง: ราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
- ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น: การปรับประมาณการค่าตอบแทนพนักงานและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อผลกำไร
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาขายสินค้า: จะสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้หรือไม่
- ทิศทางราคาค่าขนส่งทางเรือ: การเปลี่ยนแปลงของราคาค่าขนส่งจะส่งผลต่อต้นทุนและรายได้ในอนาคตอย่างไร
- การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า: มาตรการในการควบคุมหรือลดผลกระทบจากราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร: แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนพนักงานและค่าใช้จ่ายทั่วไป
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Backlog), การเปิดโครงการใหม่, หรืออัตราการเช่า (Occupancy Rate) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรายได้จากการขายที่ลดลง 3.10% ในไตรมาส 2 ปี 2566 อาจสะท้อนถึงยอดโอนที่ลดลง หรือการรับรู้รายได้จากโครงการที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น 8.29% อาจเกี่ยวข้องกับต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น หรือต้นทุนการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดของต้นทุนการก่อสร้างโดยตรง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
สรุปท้าย
SKN ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้จากการขายที่ลดลงจากการปรับลดราคาขายสินค้า ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากราคาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง 12.28% แม้จะมีรายได้อื่นจากการรับรู้ดอกเบี้ยและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยชดเชย แต่ทิศทางของราคาขายสินค้าและต้นทุนการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป