SPA กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกฟื้นโตแรง 305% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจนจากปัจจัยบวกภาคท่องเที่ยว ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี
บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 60.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 305.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 29.27 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 358.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 167.2% ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้การใช้บริการสปาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SPA ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นอย่างโดดเด่น คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการสปา ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 75% ของรายได้รวม โดยรายได้รวมเติบโตถึง 167.2% YoY ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 60.12 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 29.27 ล้านบาทในปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้เกิดจากปัจจัยบวกหลายประการที่สอดคล้องกัน:
- การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลก: ทำให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและเดินทางท่องเที่ยวได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการ Zero-COVID ของจีน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว: อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคัก มีนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติเดินทางเข้ามามากขึ้น เป็นผลดีต่อธุรกิจสปาของบริษัทฯ
- รายได้จากสาขาเดิมเติบโต: รายได้จากการให้บริการสปาของสาขาเดิม (Same-Store Sales หรือ SSS) เพิ่มขึ้นถึง 35.1% YoY บ่งชี้ถึงความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง
- การบริหารจัดการต้นทุน: แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 107.8% ตามสัดส่วนรายได้ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น โดยสัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 92% ในปีก่อน เหลือ 71% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 831.7% และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทำได้ดี โดยเพิ่มขึ้นเพียง 10.4%
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
- แนวโน้มการท่องเที่ยว: ฝ่ายบริหารเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ ได้ผ่านพ้นจุดที่เสี่ยงที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแล้ว และพร้อมที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
- ฤดูกาล: แม้ไตรมาส 2 จะเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจสปา แต่ผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเติบโตที่แข็งแกร่ง
- การบริหารจัดการ: บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิพลิกฟื้นอย่างก้าวกระโดด: เติบโต 305.4% YoY เป็น 60.12 ล้านบาท จากขาดทุน 29.27 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมเติบโตโดดเด่น: เพิ่มขึ้น 167.2% YoY สู่ระดับ 358.48 ล้านบาท
- ธุรกิจสปาเป็นพระเอก: รายได้จากการให้บริการสปาเติบโต 169.1% YoY หนุนโดยการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
- ต้นทุนต่อรายได้ลดลง: สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 92% เหลือ 71% ทำให้กำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้น 831.7%
- การบริหารค่าใช้จ่ายดี: ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 10.4% แม้รายได้จะเติบโตสูง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SPA) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 358.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 169.1% เป็น 356.29 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 24.0% เป็น 2.18 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 107.8% แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 92% เหลือ 71% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 831.7% เป็น 104.50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.4% เป็น 34.81 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 14.3% เป็น 12.38 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 60.12 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 29.27 ล้านบาทในปีก่อน
โอกาส
- การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักของธุรกิจสปา
- การขยายสาขา: บริษัทฯ มีการเปิดสาขาใหม่ 3 สาขา และมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับลูกค้า
- การบริหารจัดการแบรนด์: แบรนด์ในเครือ เช่น Let’s Relax, RarinJinda, บ้านสวน มีการเติบโตของรายได้ที่น่าพอใจ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์
- การควบคุมต้นทุน: การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ทำได้ดี จะช่วยรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
ความเสี่ยง
- การพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ: ความผันผวนของจำนวนนักท่องเที่ยวจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
- การแข่งขันในธุรกิจสปา: อุตสาหกรรมสปามีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
- ต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบ: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนแรงงานนวด วัตถุดิบ และค่าเช่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การมีรายได้จากต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ: โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
- การขยายสาขา: ความสำเร็จของการเปิดสาขาใหม่ และการบริหารจัดการสาขาที่เพิ่มขึ้น
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการหนี้สิน: การติดตามระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) และความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)
- ผลประกอบการในไตรมาสถัดไป: การเติบโตต่อเนื่องในช่วง High Season ของธุรกิจสปา
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการให้บริการสปา: เติบโต 35.1% YoY จากสาขาเดิม และเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ โดยแบรนด์ Let’s Relax เติบโต 35.1%, RarinJinda 6%, และ บ้านสวน 3% สาขาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเติบโต 25% และ 35% ตามลำดับ
- ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร: รายได้เติบโต 5% โดยมี Occupancy Rate และ Average Room Rate เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
- ธุรกิจผลิตภัณฑ์สปา: รายได้ลดลงเหลือ 3% ของรายได้รวม จาก 13% ในปีก่อน เนื่องจากไม่มีรายได้จากการขาย ATK และการกลับมาเปิดสปาเต็มรูปแบบ
- ต้นทุนขายและบริการ: เพิ่มขึ้น 107.8% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 92% เหลือ 71% เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายผันแปรสูงขึ้น เช่น ค่าแรง วัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค รวมถึงค่าเช่าที่ผันแปรตามยอดขาย และส่วนลดค่าเช่าที่ลดลง
- จำนวนสาขา: ณ สิ้นไตรมาส 2/66 มี 36 สาขา (33 ในประเทศ, 3 ต่างประเทศ) โดยเปิดเพิ่ม 3 สาขา และปิด 1 สาขา
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ลดลง 18.16% YoY สู่ระดับ 1,979.91 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือ เงินสดลดลงเล็กน้อยจากการนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนด ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานปกติ และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลงจากค่าเสื่อมราคา
- หนี้สินรวม: ลดลง 29.72% YoY สู่ระดับ 1,300.34 ล้านบาท โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวทั้งจากสถาบันการเงินและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 19.43% YoY สู่ระดับ 679.58 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
- กระแสเงินสด: ได้รับเงินกู้จากผู้ให้เช่าโครงการและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจำนวน 270 ล้านบาท และจ่ายลงทุนโครงการใหม่ประมาณ 35 ล้านบาท บริษัทฯ มีเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงานและชำระคืนหนี้สินใน 1 ปี
- อัตราส่วนทางการเงิน:
- Current Ratio: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 0.74 จาก 0.53 ในปีก่อน
- Debt to Equity Ratio: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.25 ในปีก่อน เหลือ 1.90 ในไตรมาสนี้ จากการชำระคืนเงินกู้ยืม
- Interest Coverage Ratio: พลิกเป็นบวกที่ 3.81 จากติดลบในปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่ดีขึ้น
สรุปท้าย
SPA ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การกลับมาของรายได้จากการท่องเที่ยวที่หนุนธุรกิจสปาให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างโดดเด่น แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใส และการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทมีความพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต