SCC กำไร Q2/66 พุ่ง 39% รับยอดขายในประเทศโต สวนทางต้นทุนวัตถุดิบ
รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนเทศกาลสงกรานต์และการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 190.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์และการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนขายยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCC ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 38.96% หรือ 53.52 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบหลัก แต่การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายในประเทศในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงบวกหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดขายในประเทศเติบโตขึ้นถึง 20.19% จากช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) หน่วยรถเงินสด และโมเดิร์นเทรด นอกจากนี้ การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลดีต่อภาพรวมการบริโภคภายในประเทศ
ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 13.54% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น เกิดจาก ราคาวัตถุดิบหลักทางการเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี โปรตีนธัญพืช และพริก มีการปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงราคาภาชนะบรรจุบางรายการ เช่น ขวดแก้วและขวดพลาสติกที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายให้ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย จาก 8.52% ในไตรมาส 2/2565 เป็น 7.36% ในไตรมาส 2/2566 และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจาก 5.27% เป็น 4.71% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน การเติบโตของยอดขายในประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่องในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการปรับราคาขายสินค้าอย่างเหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 38.96% YoY แตะ 190.90 ล้านบาท จาก 137.38 ล้านบาทในปีก่อน
- ยอดขายในประเทศพุ่ง 20.19% รับอานิสงส์เทศกาลสงกรานต์และกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
- ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.54% จากราคาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรและภาชนะบรรจุที่สูงขึ้น
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ดีขึ้น จาก 33.05% เป็น 36.98%
- ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย
- ยอดขายต่างประเทศเติบโต 33.14% ในไตรมาส 2/66 จากการเร่งส่งมอบออเดอร์ค้าง
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 360.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,762.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.01% จากการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น และยอดขายส่วนใหญ่มาจากช่องทางการจำหน่ายในประเทศที่เติบโต 17.53% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.32% จากราคาวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น
โอกาส
- การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและยอดขายในประเทศ
- การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับราคาขายสินค้าอย่างเหมาะสม
- การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
- ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่ออุปสงค์
- การแข่งขันในตลาดที่อาจรุนแรงขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและต้นทุนพลังงานในไตรมาสถัดไป
- การปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
- แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาด
- ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐต่อภาคการบริโภคและการลงทุน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารที่ให้มาจะไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างโดยตรง แต่ SCC มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยยอดขายในประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคัก ซึ่งอาจรวมถึงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างด้วย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,956.93 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 330.66 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 2,626.27 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.126 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ ไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืมระยะยาว โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 95.58% เป็น 515.96 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าและเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าลดลง ในขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินติดลบจากการจ่ายเงินปันผล
สรุปท้าย
SCC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากแรงหนุนยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ