RS กำไร Q2/66 พุ่ง 855% รับธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ฟื้นตัว-คุมค่าใช้จ่าย
รายได้-กำไรโตเด่นจากธุรกิจบันเทิง หลังปรับโครงสร้าง-จัดอีเวนต์เต็มสูบ ขณะที่ธุรกิจพาณิชย์ชะลอตัวตามแผน
บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 92.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 855% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ทั้งสื่อโฆษณาและกิจกรรมบันเทิง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพาณิชย์ยังคงชะลอตัวจากการปรับโมเดลธุรกิจเพื่อการเติบโตระยะยาว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RS ในไตรมาส 2/2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) เติบโตสูงถึง 855% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 18.6% มาอยู่ที่ 964.5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจพาณิชย์มีรายได้ลดลง 15.2% มาอยู่ที่ 334.5 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
- ธุรกิจสื่อ: รายได้เพิ่มขึ้น 44.8% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการยกระดับคอนเทนต์รายการข่าว การปรับโครงสร้างทีมขายสื่อโฆษณาให้เป็นแบบรวมศูนย์ (MSM: Media Sale & Marketing) และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์
- ธุรกิจเพลงและอื่นๆ: รายได้เติบโต 79.4% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ "RS Hit Journey" และการกลับมาจัดกิจกรรมสปอนเซอร์อีเวนต์ได้ตามปกติ
- การควบคุมค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 5.7% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไตรมาส 1/2566 มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการขายหุ้นเชษฐ์
ในทางกลับกัน ธุรกิจพาณิชย์ชะลอตัวลง 15.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแพลตฟอร์ม RS Mall มีรายได้ลดลงจากการปรับช่องทางการขายทางโทรศัพท์ และ RS Connect อยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่ Subscription Model เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าธุรกิจนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในปี 2566 โดยธุรกิจสื่อคาดเติบโต 34% และคอนเสิร์ต/อีเวนต์คาดเติบโต 92% จากการกลับมาจัดกิจกรรมได้เต็มที่และมีแผนจัดคอนเสิร์ตต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือกับ GMM Grammy นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงร่วมกับ Universal Music Group (UMG) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรายได้จากช่องทางออนไลน์และขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 855% YoY แตะ 92.6 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการพิเศษ Q1/66 กำไรจากการดำเนินงานปกติโต 855% จาก 9.7 ล้านบาท เป็น 92.6 ล้านบาท)
- รายได้รวม Q2/66 โต 18.6% QoQ อยู่ที่ 964.5 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์
- ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์เติบโตโดดเด่น รายได้เพิ่ม 50.5% QoQ เป็น 630 ล้านบาท จากสื่อโฆษณาและกิจกรรมที่กลับมาปกติ
- ธุรกิจพาณิชย์ชะลอตัว รายได้ลดลง 15.2% QoQ เป็น 334.5 ล้านบาท จากการปรับโมเดลธุรกิจ RS Connect และ RS Mall
- ปรับลดคาดการณ์รายได้รวมปี 66 ลง 20% เหลือ 4,400 ล้านบาท แต่ยังคาดเติบโต 25% YoY โดยธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ถูกปรับเพิ่มขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 964.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 16.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ที่เพิ่มขึ้น 50.5% จากไตรมาสก่อน เป็น 630 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้ธุรกิจสื่อที่เติบโต 44.8% และธุรกิจเพลงและอื่นๆ ที่เติบโต 79.4% จากการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ในขณะที่ธุรกิจพาณิชย์มีรายได้ลดลง 15.2% จากไตรมาสก่อน เป็น 334.5 ล้านบาท
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12.3% จากไตรมาสก่อน เป็น 427.7 ล้านบาท ตามจำนวนกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 24.2% จากไตรมาสก่อน เป็น 536.8 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 55.7%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.7% จากไตรมาสก่อน เป็น 395.1 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางการเงิน แต่เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 987.9% จากไตรมาสก่อน เป็น 141.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เท่ากับ 92.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 855% จากไตรมาสก่อน (หากไม่รวมรายการพิเศษ)
โอกาส
- การฟื้นตัวของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์: การกลับมาจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและอีเวนต์ได้เต็มรูปแบบ รวมถึงการยกระดับคอนเทนต์รายการข่าวและปรับโครงสร้างทีมขายสื่อ จะช่วยหนุนรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
- ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก: การร่วมทุนกับ Universal Music Group (UMG) ในธุรกิจเพลง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรายได้จากช่องทางออนไลน์ ขยายตลาดต่างประเทศ และต่อยอดธุรกิจในอนาคต
- การปรับโครงสร้างธุรกิจ: การแบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วนหลัก คือ เอนเตอร์เทนเมนต์ และ พาณิชย์ พร้อมการจัดโครงสร้างหน่วยธุรกิจย่อยให้คล่องตัว จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและเปิดรับความร่วมมือกับพันธมิตรได้มากขึ้น
- การขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยง (RS Pet all): การเข้าลงทุนใน Hato Pet Wellness Center และแผนเปิดร้านค้าปลีกครบวงจร จะช่วยจับเทรนด์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตสูง
- การปรับประมาณการรายได้ปี 66: แม้จะปรับลดคาดการณ์รายได้รวมลง แต่การปรับเพิ่มคาดการณ์ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์สะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าคาด
ความเสี่ยง
- การชะลอตัวของธุรกิจพาณิชย์: การปรับโมเดลธุรกิจ RS Connect และ RS Mall อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น และยังต้องติดตามประสิทธิภาพของการขยายช่องทางออนไลน์และลูกค้ากลุ่มใหม่
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ: แม้ธุรกิจสื่อจะเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรม แต่การแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.4% จากไตรมาสก่อน และ 82.3% จากปีก่อน จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ความผันผวนของกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าและบริการ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลประกอบการธุรกิจพาณิชย์: ประสิทธิภาพของการปรับโมเดลธุรกิจ RS Connect และ RS Mall ในช่วงครึ่งปีหลัง
- ความคืบหน้าการลงทุนใน RS Pet all: การรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อหุ้น Hato Pet Wellness Center ในไตรมาส 3/2566
- ความคืบหน้า Joint Venture กับ UMG: การปิดดีลคาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2566 และผลลัพธ์จากการบริหารลิขสิทธิ์เพลง
- การจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์: ความสำเร็จของคอนเสิร์ตที่วางแผนไว้ในช่วงครึ่งปีหลัง และรายได้จากสปอนเซอร์ชิป
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้ธุรกิจสื่อ: เพิ่มขึ้น 44.8% QoQ เป็น 506.1 ล้านบาท จากการยกระดับคอนเทนต์ข่าว การปรับโครงสร้างทีมขาย และรายได้ลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่สูงขึ้น
- รายได้ธุรกิจเพลงและอื่นๆ: เพิ่มขึ้น 79.4% QoQ เป็น 123.9 ล้านบาท จากการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ "RS Hit Journey" และการจัดอีเวนต์สปอนเซอร์ชิป
- รายได้ธุรกิจพาณิชย์: ลดลง 15.2% QoQ เป็น 334.5 ล้านบาท จากการชะลอตัวของช่องทางขายทางโทรศัพท์ของ RS Mall และการปรับโมเดลธุรกิจ RS Connect สู่ Subscription
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): เพิ่มขึ้นจาก 53.2% ใน Q1/66 เป็น 55.7% ใน Q2/66 โดยธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์มี GPM สูงขึ้นจากการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่มีอัตรากำไรสูง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 12.4% QoQ และ 82.3% YoY เป็น 42.5 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น และการกู้ยืมเพื่อลงทุน
- กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่: 92.6 ล้านบาท คงที่จากไตรมาสก่อนหน้า (หากไม่รวมรายการพิเศษ Q1/66 จะเติบโต 855% QoQ)
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท เชษฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) จำนวน 8.8 ล้านบาท
สรุปท้าย
RS ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ธุรกิจพาณิชย์จะยังเผชิญความท้าทายจากการปรับโครงสร้าง แต่การเดินหน้าตามแผน Entertainmerce Model และการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก รวมถึงการขยายธุรกิจใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการปรับโมเดลธุรกิจพาณิชย์ และผลลัพธ์จากความร่วมมือใหม่ๆ ที่จะทยอยรับรู้ต่อไป