SAMART กำไร Q2/66 พุ่ง 236% รับแรงหนุนธุรกิจบริหารจราจรทางอากาศ
รายได้รวม 2,075 ล้านบาท กำไรสุทธิ 26 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นจากธุรกิจ Utilities and Transportations
บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,075 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 236% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจให้บริการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศของบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAMART ในไตรมาส 2/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 236% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาจากผลประกอบการที่โดดเด่นของสายธุรกิจ Utilities and Transportations โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจให้บริการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศที่ดำเนินการโดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (SAV) ซึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในไตรมาส 2/2566 มีจำนวนเที่ยวบินรวม 23,069 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (7,045 เที่ยวบิน) การเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินนี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของ SAV ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในสาย Utilities and Transportations นอกจากนี้ การที่ SAV อยู่ระหว่างการเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเป็นการเสริมศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการบินและการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังคงดำเนินต่อไป ประกอบกับแผนการขยายธุรกิจของ SAV ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ การเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินที่สูงขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า บ่งชี้ถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น: กำไรส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236% YoY และ 197% QoQ
- ธุรกิจ Utilities and Transportations เป็นพระเอก: กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบริหารจัดการจราจรทางอากาศของ SAV
- จำนวนเที่ยวบินฟื้นตัวแรง: เที่ยวบินเพิ่มขึ้น 44% YoY เป็น 23,069 เที่ยวบิน หนุนรายได้ SAV
- รายได้รวมลดลงเล็กน้อย: รายได้รวมอยู่ที่ 2,075 ล้านบาท ลดลง 15% YoY โดยสายธุรกิจ Digital Communications และ Digital ICT Solution มีรายได้ลดลง
- มูลค่างานคงค้างสูง: SDC มี Backlog 2,445 ล้านบาท และ SAMTEL มี Backlog 5,447 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 SAMART มีรายได้รวมจากการขาย งานตามสัญญาและบริการอยู่ที่ 2,043 ล้านบาท ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยสายธุรกิจ Digital Communications มีรายได้ลดลง 49% และสายธุรกิจ Digital ICT Solution มีรายได้ลดลง 22% ขณะที่สายธุรกิจ Utilities and Transportations มีรายได้เพิ่มขึ้น 14% เป็น 1,085 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและการให้บริการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศในกัมพูชา แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ต้นทุนขาย งานตามสัญญาและบริการลดลง 22% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 236% เป็น 26 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY โดยหลักมาจาก SDC จากโครงการ MOI และสายธุรกิจ Utilities and Transportations จากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 1 ล้านบาท ลดลงอย่างมากถึง 99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โอกาส
- การฟื้นตัวของภาคการบินและการท่องเที่ยว: จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจ SAV
- การเตรียม IPO ของ SAV: การนำ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ
- มูลค่างานคงค้าง (Backlog): SDC และ SAMTEL มีมูลค่างานคงค้างรวมกว่า 7,892 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต
- การขยายธุรกิจ Digital: การพัฒนาโครงข่ายวิทยุคมนาคมดิจิทัล การติดตั้งเสาโทรคมนาคม และบริการ Digital Sport เป็นโอกาสในการเติบโตของ SDC
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของอุตสาหกรรมการบิน: จำนวนเที่ยวบินอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้ง หรือการระบาดของโรค
- การแข่งขันในธุรกิจ ICT: ธุรกิจ Digital ICT Solution ของ SAMTEL อาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง
- ความล่าช้าของโครงการ: การดำเนินโครงการต่างๆ อาจมีความล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
- ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 30% YoY ซึ่งอาจกดดันผลกำไรในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าการนำ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ: จะส่งผลต่อโครงสร้างเงินทุนและมูลค่าของกลุ่มบริษัท
- การรับรู้รายได้จาก Backlog ของ SDC และ SAMTEL: โดยเฉพาะโครงการจัดหาระบบวิทยุสื่อสารฯ ของกระทรวงมหาดไทย
- แนวโน้มจำนวนเที่ยวบิน: การเติบโตอย่างต่อเนื่องจะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของ SAV
- การขยายบริการ Digital ของ SDC: การพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการใหม่ๆ เพื่อรองรับ Lifestyle ยุคดิจิทัล
- การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย: เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในมุมมองของกลุ่มเทคโนโลยี SAMART มีการกระจายธุรกิจที่น่าสนใจ โดยสายธุรกิจ Digital Communications (SDC) มุ่งเน้นการให้บริการโครงข่ายวิทยุคมนาคมดิจิทัล และมีแผนขยายไปยังการติดตั้งเสาโทรคมนาคม รวมถึง Digital Sport ซึ่งเป็นรูปแบบบริการที่เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ มูลค่างานคงค้างของ SDC อยู่ที่ 2,445 ล้านบาท แสดงถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
สายธุรกิจ Digital ICT Solution (SAMTEL) ยังคงมีมูลค่างานคงค้างที่แข็งแกร่งถึง 5,447 ล้านบาท จากการลงนามสัญญาโครงการใหม่มูลค่า 638 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แม้รายได้ในไตรมาสนี้จะลดลง แต่ Backlog ที่มีอยู่จะเป็นฐานรายได้สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ SAMART ได้รับประโยชน์อย่างมากจากสายธุรกิจ Utilities and Transportations ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคการบิน โดยเฉพาะธุรกิจบริหารจัดการจราจรทางอากาศของ SAV ที่มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นถึง 44% YoY
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 SAMART มีสินทรัพย์รวม 19,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 และมีหนี้สินรวม 15,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากสิ้นปี 2565 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,982 ล้านบาท ระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 3.89 เท่า ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง แต่ต้องพิจารณาประกอบกับแผนการนำ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินได้
สรุปท้าย
SAMART โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 236% YoY เป็น 26 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจบริหารจัดการจราจรทางอากาศของ SAV ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการบินและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยจากธุรกิจเทคโนโลยี แต่ Backlog ที่มีอยู่ของ SDC และ SAMTEL ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต การเตรียมนำ SAV เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและปลดล็อกมูลค่าให้กับกลุ่มบริษัทต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมการบินและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณา.