DEXON พลิกขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาทในปี 2568 รับรายได้รวมสูงสุดใหม่ 813 ล้านบาท
รายได้รวมโต 7% ทะลุ 800 ล้านบาท แต่ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรสุทธิ ขณะที่การเงินยังแข็งแกร่ง
บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากบริษัทในสหรัฐฯ และเยอรมนี แต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนที่มีกำไร 34 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 20% และค่าใช้จ่ายขายบริหารที่สูงขึ้น 19% โดยเฉพาะรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ DEXON ในปี 2568 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท มาจาก ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 20% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 32.3% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 24.6% ในปีนี้ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ถึง 7% ก็ตาม
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในปี 2568 มีสาเหตุหลักมาจาก ต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายผู้รับเหมาช่วงที่สูงขึ้น เนื่องจากลักษณะงานที่ใช้แรงงานเข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เช่น การพัฒนาระยะเวลาการจัดทำรายงานให้เร็วขึ้น การเพิ่มความละเอียดและความแม่นยำของข้อมูลวิเคราะห์ โดยอาศัยความสามารถด้าน AI และ Data Analytics ที่พัฒนาขึ้น รวมถึง การดำเนินงานซ้ำบางส่วนเพื่อรักษาระดับมาตรฐานคุณภาพ ให้เป็นไปตามความพึงพอใจของลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น 19% ส่วนใหญ่เป็น รายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (non-recurring items) เช่น ค่าชดเชยพนักงาน การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์ถาวรที่เสื่อมสภาพ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งรายการเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว โดยมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่า รายการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นรายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำ และบริษัทได้ดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรในช่วงถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบุคลากรและผู้รับเหมาช่วงที่เพิ่มขึ้นจากลักษณะงานที่ใช้แรงงานเข้มข้นมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวหรือไม่
Highlight สำคัญ
- รายได้รวมสูงสุดใหม่: ปี 2568 ทำได้ 813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากบริษัทในสหรัฐฯ และเยอรมนี โดยเฉพาะบริการตรวจสอบท่อ (in-line inspection)
- พลิกขาดทุนสุทธิ: ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท เทียบกับกำไร 34 ล้านบาทในปี 2567
- ต้นทุนบริการพุ่ง 20%: สาเหตุหลักจากต้นทุนบุคลากร ผู้รับเหมาช่วง และการยกระดับคุณภาพบริการ
- SG&A เพิ่ม 19% จากรายการพิเศษ: ส่วนใหญ่เป็นค่าชดเชยพนักงาน การตั้งสำรอง และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
- ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: สินทรัพย์รวม 988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% หนี้สินรวม 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากการกู้ยืมเพื่อบริหารความเสี่ยง FX และรองรับการขยายงาน ส่วนผู้ถือหุ้น 651 ล้านบาท ลดลง 13% จากการจ่ายปันผลและผลขาดทุนสุทธิ
- กระแสเงินสดดำเนินงานเป็นบวก: อยู่ที่ 83 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อน
ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2568 DEXON มีรายได้รวม 813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จาก 757 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยการเติบโตหลักมาจากบริษัทในสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี โดยเฉพาะบริการตรวจสอบท่อ (in-line inspection) ที่ยังมีความต้องการสูง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าบริการในปี 2568 อยู่ที่ 610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนบุคลากรและผู้รับเหมาช่วงที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการยกระดับคุณภาพบริการและการดำเนินงานซ้ำเพื่อรักษามาตรฐาน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% โดยส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (non-recurring items) เช่น ค่าชดเชยพนักงาน การตั้งสำรอง และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2568 จำนวน 60 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 34 ล้านบาทในปี 2567
โอกาส
- การเติบโตของบริการตรวจสอบท่อ (in-line inspection): ยังคงมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
- การขยายตลาดต่างประเทศ: ความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกาและเยอรมนี ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
- การพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Data Analytics: ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล
- การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG: สร้างความยั่งยืนและคุณค่าในระยะยาวให้กับองค์กร
ความเสี่ยง
- ต้นทุนบุคลากรและผู้รับเหมาช่วงที่สูงขึ้น: จากลักษณะงานที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค: เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้บริการของลูกค้าในอุตสาหกรรมหลัก
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
- การดำเนินงานซ้ำเพื่อรักษาระดับมาตรฐาน: แม้จำเป็น แต่ก็เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มต้นทุนค่าบริการ: โดยเฉพาะต้นทุนบุคลากรและผู้รับเหมาช่วง และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้
- การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ: จากมาตรการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพที่บริษัทดำเนินการ
- การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: โดยเฉพาะในช่วงที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า
- การเติบโตของรายได้จากตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และเยอรมนี
- การลงทุนในเทคโนโลยี AI และ Data Analytics: และผลลัพธ์ที่ได้จากการนำมาใช้ในการดำเนินงาน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการให้บริการ: เพิ่มขึ้น 8% เป็น 811 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากบริษัทในสหรัฐฯ และเยอรมนี ซึ่งสะท้อนความสำเร็จในการขยายตลาดต่างประเทศ
- ต้นทุนค่าบริการ: เพิ่มขึ้น 20% เป็น 610 ล้านบาท จากต้นทุนบุคลากร ผู้รับเหมาช่วง และการยกระดับคุณภาพบริการ รวมถึงงานที่ต้องทำซ้ำ
- อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงจาก 32.3% ในปี 2567 มาอยู่ที่ 24.6% ในปี 2568
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 19% เป็น 247 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 55% เป็น 191 ล้านบาท และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 36%
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อน เป็นผลจากการกู้ยืมเงินเพิ่มเพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและการเตรียมรีไฟแนนซ์ รวมถึงภาระสัญญาเช่าจากการขยายธุรกิจในตลาดสหรัฐฯ
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 651 ล้านบาท ลดลง 13% จากปีก่อน เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและผลขาดทุนสุทธิ
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน: เป็นบวก 83 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน: ใช้ไปสุทธิ 70 ล้านบาท เพื่อลงทุนในเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน: เป็นบวก 57 ล้านบาท จากการกู้ยืมเงินเพิ่ม
สรุปท้าย
DEXON ในปี 2568 เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้รวมจะทำสถิติสูงสุดใหม่ก็ตาม โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากร ผู้รับเหมาช่วง และการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ ขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะถัดไป หากสามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการรายการพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ