MK พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/66 รับอานิสงส์ขายที่ดิน-อุตสาหกรรม
รายได้-กำไรโตแรงจากธุรกิจอสังหาฯ-อุตสาหกรรม ขณะที่ธุรกิจสุขภาพยังขาดทุน
บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 33.61 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 109.38 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 848.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.61 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 214.04 ล้านบาทในปีก่อน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MK พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 มาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการขายที่ดินเปล่าที่มีต้นทุนต่ำ และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 33.61 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 จากขาดทุน 109.38 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก:
- ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย: มีรายได้รวม 684.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.01% โดยมีรายได้จากการขายที่ดินเปล่า 473.65 ล้านบาท ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงถึง 58.96% จาก 28.41% ในปีก่อน
- ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม: มีรายได้ 137.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และรับรู้กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพิ่มอีก 61.08 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขายที่ดินเปล่าที่ไม่ได้มีแผนพัฒนาในระยะสั้น ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างกำไรอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมยังคงมีรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เติบโต รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริม
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการด้านสุขภาพองค์รวมยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 52.11 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทเพิ่งเปิดให้บริการใหม่ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ทำให้มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องรับรู้
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น และการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ที่ยังคงมีอยู่ ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย การที่กำไรขั้นต้นสูงผิดปกติในไตรมาสนี้มาจากการขายที่ดินเปล่า ซึ่งเป็นรายการที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกัน ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารสินค้าคงเหลืออย่างระมัดระวังและรักษาสภาพคล่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ยังเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อ
Highlight สำคัญ
- พลิกมีกำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิ 33.61 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 109.38 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมโตเกือบเท่าตัว: รายได้จากการขายและบริการ 848.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.55% YoY
- ธุรกิจอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยเด่น: รายได้ 684.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.01% YoY จากการขายที่ดินเปล่า ส่งผล GPM พุ่ง 58.96%
- อุตสาหกรรมหนุน: รายได้ธุรกิจอสังหาฯ เพื่ออุตสาหกรรมเพิ่ม 27% พร้อมรับรู้กำไรขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ 61.08 ล้านบาท
- สุขภาพยังขาดทุน: ธุรกิจสุขภาพองค์รวมขาดทุนขั้นต้น 52.11 ล้านบาท จากต้นทุนคงที่ของสาขาใหม่
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 848.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 401.03 ล้านบาท หรือ 89.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 961.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.08% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 930.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.53% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 33.61 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 109.38 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 3.50%
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,270.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 378.98 ล้านบาท หรือ 42.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,618.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.79% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 1,600.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.41% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.61 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 214.04 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิ 1.40%
โอกาส
- การขายสินทรัพย์: การขายที่ดินเปล่าที่มีต้นทุนต่ำช่วยสร้างรายได้และกำไรอย่างรวดเร็ว และเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท
- ธุรกิจอุตสาหกรรมเติบโต: รายได้จากการให้เช่าและบริการ รวมถึงการบริหารอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงมีแนวโน้มที่ดี
- การปรับโครงสร้างรายได้: การลงทุนในธุรกิจใหม่ตามแผนการปรับโครงสร้างรายได้ อาจส่งผลดีในระยะยาว
ความเสี่ยง
- กำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์: กลุ่มลูกค้าทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 2-3.5 ล้านบาท ยังคงเผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือนสูง และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการกู้
- ต้นทุนและค่าใช้จ่ายธุรกิจสุขภาพ: การเปิดสาขาใหม่ทำให้มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายคงที่สูง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจยังคงมีผลขาดทุน
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: ปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลต่อค่าครองชีพและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน: ประเมินว่าการขายที่ดินเปล่าที่มีกำไรสูงจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับใด
- ผลประกอบการธุรกิจสุขภาพ: ติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวและทิศทางผลขาดทุนของธุรกิจสุขภาพองค์รวม
- การบริหารสินค้าคงเหลือ: กลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือในภาวะตลาดที่ยังไม่เอื้ออำนวย
- การบริหารสภาพคล่อง: ความสามารถในการรักษาสภาพคล่องของธุรกิจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย: ไตรมาส 2/2566 มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 684.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.01% โดยมีรายได้จากการขายที่ดินเปล่า 473.65 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรขั้นต้นพุ่งสูงถึง 58.96% แม้ว่าตลาดทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 2-3.5 ล้านบาทจะเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยที่สูง บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เน้นลูกค้าที่มีความพร้อมและให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าคงเหลือและสภาพคล่อง
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม: รายได้ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 137.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% โดยมีรายได้จากการให้เช่าและบริการ 96.75 ล้านบาท และรายได้จากการบริหารอสังหาริมทรัพย์ 41.19 ล้านบาท แม้พื้นที่ให้เช่าจะลดลงจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ แต่รายได้จากการบริหารยังเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ยังรับรู้กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ 61.08 ล้านบาท
ธุรกิจบริการด้านสุขภาพองค์รวม: รายได้เติบโต 61.16% มาอยู่ที่ 26.16 ล้านบาท แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 52.11 ล้านบาท เนื่องจากเพิ่งเปิดให้บริการใหม่ ทำให้มีต้นทุนคงที่สูง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทเน้นการรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ และมีการใช้เงินลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ตามแผนการปรับโครงสร้างรายได้
สรุปท้าย
MK พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 จากปัจจัยบวกสำคัญคือการขายที่ดินเปล่าที่มีต้นทุนต่ำและการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การที่กำไรขั้นต้นสูงผิดปกติในไตรมาสนี้ส่วนหนึ่งมาจากการขายสินทรัพย์ ซึ่งอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว ขณะที่ธุรกิจสุขภาพยังคงเป็นภาระต้นทุนที่ต้องติดตาม ขณะที่ความเสี่ยงจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด