MORE ขาดทุนสุทธิ Q2/66 พลิกจากปีก่อน เหตุรายได้บริการหด-รับผลกระทบรายการพิเศษ
รายได้บริการหด 96% ฉุดผลงาน Q2/66 พลิกขาดทุน ขณะที่รายได้สาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น
บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 1.26 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.71 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการและการรับรู้ผลกระทบจากรายการพิเศษ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MORE ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะจากบริษัทย่อยที่ยกเลิกสัญญาจ้างบริหารจัดการบุคลากรและดูแลศูนย์ USO ส่งผลให้รายได้ส่วนงานบริการลดลงถึง 96.50% และ (2) การลดลงของกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการให้บริการลดลง: สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทย่อยยกเลิกสัญญาจ้างบริหารจัดการบุคลากรและดูแลศูนย์ USO ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ทำให้รายได้จากส่วนงานบริการลดลงจาก 11.01 ล้านบาทใน Q2/2565 เหลือเพียง 0.39 ล้านบาทใน Q2/2566 คิดเป็นการลดลง 10.62 ล้านบาท หรือ 96.50% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทที่ลดลง 50.42%
- รายการพิเศษ: ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจำนวน 25.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2566 ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ รายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภค มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 15.17% หรือ 2.21 ล้านบาท เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้น้ำประปาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากส่วนงานบริการได้บางส่วน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
- รายได้จากการให้บริการ: การลดลงของรายได้จากส่วนงานบริการมีแนวโน้มที่จะ มีลักษณะครั้งคราว เนื่องจากเป็นผลมาจากการยกเลิกสัญญาจ้างที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้ในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับการหาสัญญาใหม่ๆ หรือการขยายธุรกิจในส่วนงานบริการอื่นๆ
- รายการพิเศษ: กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิฯ เป็นรายการที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้และมักเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว ดังนั้นจึง มีลักษณะครั้งคราว และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกัน
- รายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภค: การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้มีแนวโน้ม มีโอกาสต่อเนื่อง หากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ Q2/66: บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 1.26 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 26.71 ล้านบาทใน Q2/65
- รายได้รวมลดลง 50.42%: รายได้รวมอยู่ที่ 17.13 ล้านบาท ลดลง 17.42 ล้านบาท จาก 34.54 ล้านบาทใน Q2/65
- รายได้บริการหดตัวแรง: รายได้ส่วนงานบริการลดลง 96.50% เหลือ 0.39 ล้านบาท จาก 11.01 ล้านบาทใน Q2/65
- รายได้สาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น: รายได้ส่วนงานสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 15.17% เป็น 16.74 ล้านบาท จาก 14.54 ล้านบาทใน Q2/65
- รายการพิเศษกระทบ: กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ในปีก่อน (25.66 ล้านบาท) หายไปในงวดนี้
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 1.26 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.71 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 27.97 ล้านบาท หรือ 104.72% โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจำนวน 25.66 ล้านบาท และการลดลงของรายได้จากการให้บริการ 10.62 ล้านบาท หรือ 96.50% เนื่องจากบริษัทย่อยยกเลิกสัญญาจ้างบริหารจัดการบุคลากรและดูแลศูนย์ USO ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565
ในส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 17.13 ล้านบาท ลดลง 17.42 ล้านบาท หรือ 50.42% โดยรายได้หลักมาจากส่วนงานสาธารณูปโภค 16.74 ล้านบาท (98% ของรายได้รวม) ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.17% หรือ 2.21 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวและการใช้น้ำประปา ในขณะที่รายได้จากส่วนงานบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุนขายและต้นทุนบริการรวมลดลง 4.88 ล้านบาท หรือ 31.89% โดยส่วนใหญ่ลดลงจากต้นทุนการให้บริการ 9.81 ล้านบาท ตามรายได้ที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 2.28 ล้านบาท หรือ 29.00% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่มีการจัดจ้างบุคลากรในการบริหารงานจัดคอนเสิร์ต
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 2.65 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 29.12 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 คือ การลดลงของกำไรจากรายการพิเศษ และรายได้จากการให้บริการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนงานสาธารณูปโภคยังคงเติบโต 35.36% หรือ 8.14 ล้านบาท
โอกาส
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวส่งผลดีต่อรายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการจำหน่ายน้ำประปา ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัท
- การบริหารจัดการหนี้: บริษัทมีการติดตามภาระหนี้คงค้างกับบริษัทย่อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างหนี้หรือการชำระหนี้ในอนาคต
ความเสี่ยง
- การพึ่งพารายได้จากส่วนงานบริการ: การยกเลิกสัญญาจ้างบริหารจัดการบุคลากรและดูแลศูนย์ USO ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อรายได้ของบริษัท การหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ ในส่วนงานบริการจึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
- การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ: บริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยบางแห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในการเรียกคืนเงินต้นและดอกเบี้ย
- ความล่าช้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: การชะลอการลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากกระแสข่าวของ MORE อาจส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานและการรับรู้รายได้ในอนาคต
- สถานะ "บริษัทร้าง" ของ PTE: บริษัท ไพร์มไทม์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (PTE) ซึ่งเป็นลูกหนี้ของบริษัท มีสถานะเป็น "บริษัทร้าง" ทำให้ยังไม่มีแผนการชำระหนี้ และบริษัทได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ครบถ้วนแล้ว
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การหาสัญญาใหม่ในส่วนงานบริการ: ความสามารถของบริษัทในการหาและเซ็นสัญญาใหม่ๆ เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไปจากส่วนงานบริการ
- แนวโน้มรายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภค: การเติบโตของรายได้ส่วนนี้จะต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวและปริมาณการใช้น้ำ
- ความคืบหน้าในการติดตามหนี้: การดำเนินการของฝ่ายบริหารในการติดตามและชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับภาระหนี้คงค้างกับบริษัทย่อยต่างๆ
- แผนการดำเนินงานโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ล่าช้าออกไป และผลกระทบจากกระแสข่าวของบริษัท
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้: รายได้รวมลดลง 50.42% โดยรายได้จากส่วนงานบริการลดลง 96.50% เหลือเพียง 0.39 ล้านบาท จากการยกเลิกสัญญาจ้างบริหารจัดการบุคลากรและดูแลศูนย์ USO ในขณะที่รายได้ส่วนงานสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 15.17% เป็น 16.74 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวและการใช้น้ำประปา
- กำไรขั้นต้น: กำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 9.25 ล้านบาทใน Q2/65 เหลือ 6.52 ล้านบาทใน Q2/66 อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 26.78% เป็น 38.06% (คำนวณจากเอกสาร) ซึ่งการลดลงของ GPM ในส่วนงานบริการ (จาก 9.18% เป็น 53.85% - คำนวณจากเอกสาร) และการเพิ่มขึ้นของ GPM ในส่วนงานสาธารณูปโภค (จาก 27.65% เป็น 37.16% - คำนวณจากเอกสาร) สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้
- ต้นทุน: ต้นทุนขายและต้นทุนบริการรวมลดลง 31.89% ตามรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนการให้บริการที่ลดลง 98.20%
- ค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 29.00% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยในการจัดงานคอนเสิร์ต
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,902.68 ล้านบาท ลดลง 99.52 ล้านบาท หรือ 4.97% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 80.28 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่าตราสารทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 108.57 ล้านบาท ลดลง 18.62 ล้านบาท หรือ 14.64% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 18.37 ล้านบาท จากการชำระดอกเบี้ยค้างจ่ายและเจ้าหนี้ค่าวางท่อ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,775.79 ล้านบาท ลดลง 78.80 ล้านบาท หรือ 4.25% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากมูลค่าหลักทรัพย์จดทะเบียนและใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ลดลง
ในส่วนของการติดตามภาระหนี้คงค้างกับบริษัทย่อย พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงในยอดเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระในบางบริษัท เช่น บริษัท มอร์ เน็ทเวิร์ค แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (MNE) มียอดเงินต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และบริษัท มอร์ แดน เอ็นเตอร์เทน จำกัด มีการกู้ยืมเงินต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 20.10 ล้านบาท เป็น 163.73 ล้านบาท
สรุปท้าย
MORE ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลงอย่างมากจากการยกเลิกสัญญาสำคัญ ประกอบกับผลกระทบจากรายการพิเศษที่หายไป ทำให้ผลประกอบการพลิกขาดทุน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากส่วนงานสาธารณูปโภคที่ได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากการบริหารจัดการหนี้สินกับบริษัทย่อยและความล่าช้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป