NVD พลิกขาดทุน Q2/69 สู่กำไร 7 ล้านบาท รับรายได้โอนบ้านพุ่ง 102%
รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบฟื้นตัวแรง หนุนผลประกอบการ NVD กลับมาเป็นบวก
บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 32 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 102% อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ NVD พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/2569 คือ การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 176 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและอาคารพาณิชย์ที่สำคัญ เช่น เนอวานา ดีฟายน์ กรุงเทพกรีฑา, เนอวานา ดีฟายน์ เอกมัย-รามอินทรา และ เนอวานา แอบโซลูท กรุงเทพกรีฑา นอกจากนี้ รายได้จากสัญญาก่อสร้างยังเติบโตสูงถึง 171%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มาจาก การเน้นขายบ้านในสต็อกที่มีอยู่ต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ประกอบกับการทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ฝ่ายจัดการระบุว่า NVD ยังคงเน้นขายโครงการที่มีอยู่และธุรกิจ Recurring โดยเฉพาะทำเลบางนาที่มีโครงการบ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากกระแสราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
สำหรับรายได้จากสัญญาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่ จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสัญญาก่อสร้างมากขึ้นในครึ่งปีหลัง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการออกแบบบ้านด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบเดิมที่เน้นบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายเป็นส่วนใหญ่
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก
การที่ NVD ยังคงเน้นขายโครงการที่มีอยู่และมีแผนปรับเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสัญญาก่อสร้าง ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างรายได้ให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว การที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไปได้ ฝ่ายจัดการยังคงเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้า Real Demand ของบริษัท ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพียงเล็กน้อย
Highlight สำคัญ
- พลิกมีกำไร: NVD รายงานกำไรสุทธิ 7 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 เทียบกับขาดทุน 32 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
- รายได้เติบโตแรง: รายได้รวมอยู่ที่ 220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% YoY และ 48% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 102%
- ต้นทุนการขายเพิ่มตามรายได้: ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนทางการเงินลดลง: ต้นทุนทางการเงินลดลง 7% YoY จากการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นและการชำระหนี้เงินต้น
- สินทรัพย์รวมเพิ่มเล็กน้อย: สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 15,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินค้าคงเหลือและต้นทุนการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
NVD มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2569 จำนวน 220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 102% และรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 171% ขณะที่ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน 7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 7 ล้านบาท
โอกาส
- การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ: การที่ NVD สามารถเพิ่มรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบได้ดี แสดงถึงความต้องการในตลาดกลุ่มนี้
- การปรับกลยุทธ์รายได้จากสัญญาก่อสร้าง: การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสัญญาก่อสร้างจะช่วยกระจายแหล่งรายได้และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการออกแบบบ้านเอง
- ศักยภาพทำเลบางนา: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและดึงดูดลูกค้าในทำเลดังกล่าว
- กลุ่มลูกค้า Real Demand: การที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Real Demand ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและความเข้มงวดของสินเชื่อค่อนข้างน้อย
ความเสี่ยง
- เศรษฐกิจชะลอตัว: ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น: วิกฤตในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
- ความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ: แม้กลุ่มลูกค้า NVD จะได้รับผลกระทบน้อย แต่สถาบันการเงินยังคงมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ
- การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี: มีข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับการปรับปรุงการบันทึกบัญชีรายได้และต้นทุนจากการให้ส่วนลดเงินสด ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงแล้ว
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบ: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
- การรับรู้รายได้จากสัญญาก่อสร้าง: จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ และมีผลต่ออัตรากำไรอย่างไร
- การบริหารจัดการต้นทุน: จะสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อหรือไม่
- ความคืบหน้าโครงการใหม่: การเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับของตลาด
- อัตราปฏิเสธสินเชื่อ: ยังคงอยู่ในระดับต่ำตามที่ฝ่ายจัดการระบุหรือไม่
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- การโอนกรรมสิทธิ์: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 102% YoY เป็น 176 ล้านบาท สะท้อนถึงการเร่งโอนโครงการแนวราบที่สำคัญ
- สัญญาก่อสร้าง: รายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 171% YoY เป็น 5 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Nirvana Collection และแผนการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในส่วนนี้
- รายได้อื่น: รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 26% YoY เป็น 39 ล้านบาท มาจากค่าเช่า Community Mall และบริการอื่นๆ
- ต้นทุนขาย: ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 61% YoY เป็น 120 ล้านบาท และต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 44% YoY เป็น 3 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนการจัดจำหน่าย: เพิ่มขึ้น 55% YoY เป็น 36 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดตัวบ้านแบบใหม่และกิจกรรมการตลาดที่เพิ่มขึ้น
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: ลดลง 14% YoY เป็น 29 ล้านบาท สะท้อนความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 15,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินค้าคงเหลือและต้นทุนการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น 12% และ 1% ตามลำดับ
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 9,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- ส่วนของเจ้าของ: อยู่ที่ 5,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2568
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E): อยู่ที่ 1.69 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.67 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 2.0 เท่า
- กระแสเงินสด: เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและต้นทุนการพัฒนาโครงการบ่งชี้ถึงการลงทุนในโครงการ
สรุปท้าย
NVD สามารถพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/2569 ได้อย่างน่าประทับใจ จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแนวราบ ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการสต็อกและการตอบรับที่ดีในบางทำเล อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้จากสัญญาก่อสร้างและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมผลประกอบการในระยะต่อไป