สรุปผลประกอบการ PRM ไตรมาส 1/2569: ธุรกิจหลักแกร่งสวนกระแสปัจจัยภายนอก
ไฮไลท์สำคัญ: การปรับตัวสู่ธุรกิจพลังงานทางเลือก
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเติบโตของธุรกิจ Offshore Support Vessel (OSV) และธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมี (COC) ที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างธุรกิจ แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและนโยบายภาครัฐ แต่บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งของกำไรจากการดำเนินงาน (Core Operation) ได้อย่างโดดเด่น
"ธุรกิจหลักยังคงมั่นคงและมีพลังในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่พึ่งพารายการพิเศษเพียงอย่างเดียว"
เจาะลึกผลการดำเนินงาน: รายได้และกำไร
ในไตรมาส 1/2569 รายได้รวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจ TCT ที่รายได้ลดลง 3.3% จากนโยบายรัฐที่ยกเลิกการขนส่งน้ำมันไปกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอื่น ๆ กลับทำผลงานได้ดีเยี่ยม ได้แก่ ธุรกิจ OSV รายได้พุ่งขึ้น 36% และ ธุรกิจ SAS รายได้โต 45.2% ด้านธุรกิจ COC มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 24.2% จาก Utilization Rate ที่สูงถึง 94.4% สำหรับกำไรสุทธิแม้จะดูปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 แต่เป็นผลมาจากรายการพิเศษในปีก่อนที่มีการขายเรือสร้างกำไร 163 ล้านบาท และการปรับรายการค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายเรือ VLCC ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานจริงถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้บริษัทได้รับอานิสงส์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย
ปัจจัยกดดันสำคัญคือการห้ามส่งออกน้ำมันของรัฐบาลไทยที่ส่งผลกระทบชั่วคราวต่อธุรกิจ PCT และ SAS รวมถึงการปรับกลยุทธ์สลับเรือใหม่ในธุรกิจ FSU ทำให้ Utilization Rate ลดลง 17.7% อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แก้เกมด้วยการขยายตลาดไปยังเวียดนามและมาเลเซีย พร้อมทั้งเตรียมรับเรือใหม่ 3 ลำ (เรือเคมี 1 ลำ และเรือน้ำมันมือสอง 1 ลำ) ที่จะเริ่มทำงานในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวไทย
สรุปทิศทางและเป้าหมาย
PRM ตั้งเป้าหมายระยะสั้นในการเพิ่มอัตราการใช้เรือ FIU และ OSV ให้เกิน 90% ในช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยธุรกิจ FIU มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากความต้องการเก็บน้ำมันเพื่อรอขายในช่วงราคาผันผวน ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาปัจจัยด้านนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกน้ำมัน และความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานในระยะถัดไป
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ผลกระทบช่องแคบพาวรุส: ไม่มีผลกระทบ เนื่องจากบริษัทเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย
- ธุรกิจ PCT: ได้รับผลกระทบชั่วคราวจากนโยบายห้ามส่งออกน้ำมัน แต่ได้ปรับกลยุทธ์ขยายตลาดไปเวียดนามและมาเลเซียแล้ว
- ธุรกิจ FSU: อัตราการใช้เรือลดลงจากการสลับเรือใหม่ แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2569
- ธุรกิจ FIU: มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามี Utilization Rate สูงถึง 93%
- กำไรสุทธิที่ลดลง: เป็นผลจากฐานกำไรพิเศษ (ขายเรือ) ในไตรมาส 1/2568 ที่สูงผิดปกติ ไม่ใช่ความอ่อนแอของธุรกิจหลัก