เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
สรุปผลประกอบการ CHASE ไตรมาส 1/2569 พลิกกำไรโตกระโดดด้วยกลยุทธ์บริหารพอร์ตเชิงรุก
ข่าวสาร

สรุปผลประกอบการ CHASE ไตรมาส 1/2569 พลิกกำไรโตกระโดดด้วยกลยุทธ์บริหารพอร์ตเชิงรุก

CHASE P/E 109.53 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 23:56 น. 0 ความเห็น

ไฮไลท์สำคัญ: กำไรพุ่ง 272% แม้รายได้รวมชะลอตัว

บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (AMC) เป็นหัวใจหลัก คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 72% ของรายได้รวม แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้อย่างโดดเด่น พุ่งสูงขึ้นถึง 272% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 277% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยบวกสำคัญจากการลดลงของการตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL) และประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ที่แข็งแกร่ง
"การปรับกลยุทธ์จากฟ้องร้องแบบกว้างขวางสู่ Selective Litigation และการนำ AI มาใช้ในงานเอกสาร คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ"

เจาะลึกผลการดำเนินงาน: ประสิทธิภาพการจัดเก็บหนี้ที่เหนือกว่า

ในไตรมาสนี้ CHASE มียอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) อยู่ที่ 1,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 67% แม้รายได้รวมจะลดลง 7% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจติดตามทวงถามที่รายได้ลดลง 13% จากโครงการภาครัฐ ทั้งนี้ บริษัทมีการตั้งสำรองหนี้เสีย (ECL) อยู่ที่ 62.5 ล้านบาท ซึ่ง ลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงคุณภาพพอร์ตหนี้ที่บริหารจัดการได้ดีขึ้น

ข้อสังเกต: การปรับตัวสู่โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น

แม้บริษัทจะไม่มีการลงทุนซื้อหนี้ใหม่ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้มูลหนี้ตามสิทธิ์เรียกร้อง (NPL) อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท แต่บริษัทได้เปลี่ยนผ่านสู่กลยุทธ์ "Selective Litigation" หรือการฟ้องร้องเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพชำระหนี้สูง ควบคู่ไปกับการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่กระทบต่อกำลังซื้อของลูกหนี้ และนโยบายภาครัฐอย่างโครงการ "ปิดหนี้ไว้ต่อได้" ที่ส่งผลให้จำนวนหนี้ที่ได้รับมอบหมายลดลง 10% จากไตรมาสก่อนหน้า

สรุปภาพรวมและทิศทางในอนาคต

สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 CHASE ตั้งเป้าหมายรักษาสภาพคล่องและโมเมนตัมของกำไร โดยเตรียมงบลงทุนซื้อหนี้ NPL ไว้ที่ 300 ล้านบาท พร้อมเร่งนำระบบ AI มาใช้ในงานเอกสารหลังบ้านเพื่อลด Cost to Income Ratio ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ ผู้บริหารมองว่าไตรมาส 3 และ 4 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการโดดเด่นที่สุดจากปัจจัยฤดูกาลและการจัดเก็บหนี้ที่ต่อเนื่อง

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: แนวโน้มการตั้ง ECL จะลดลงต่อเนื่องหรือไม่? A: คาดว่าจะลดลงต่อเนื่องตามภาพรวมการจัดเก็บหนี้และเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
  • Q: การใช้ AI จะช่วยลดต้นทุนได้เมื่อใด? A: คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 4/2569 หลังจากระบบมีความเสถียร
  • Q: ไม่ซื้อหนี้ใหม่จะโตอย่างไร? A: เน้นการเติบโตจากพอร์ตเดิม โดยเฉพาะการจัดเก็บหนี้จากพอร์ต Personal Loan และการผลักดันหนี้เก่าเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
  • Q: จะมีการออกหุ้นกู้หรือไม่? A: อยู่ระหว่างศึกษาและรอดูสถานการณ์ตลาดดอกเบี้ย หากสภาวะเหมาะสมจะพิจารณาเพื่อเสริมสภาพคล่อง
ยังไม่มีความคิดเห็น