สรุปผลการดำเนินงาน CHEWA ไตรมาส 1 ปี 2569
ไฮไลท์สำคัญ: รายได้โตสวนกระแสตลาด
บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยสามารถทำรายได้รวมได้ที่ 289,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 199,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นถึง 23% แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
"เรามุ่งเน้นการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่มีเงินมัดจำแล้ว และชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้มั่นคงที่สุดในภาวะตลาดผันผวน"
เจาะลึกตัวเลขผลประกอบการ
ในด้านผลกำไร บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ -40,300 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน -48,500 ล้านบาท สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ 12.93% ลดลงจาก 18.93% เนื่องจากผลกระทบของการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างน่าชื่นชม โดยลดลงจาก 34.5% เหลือ 31.8% ทั้งนี้ บริษัทมี Backlog ในมือรวม 97,900 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 74,800 ล้านบาท และบ้าน 23,100 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 3.04x
ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย
แม้รายได้จะเติบโต แต่บริษัทต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากภายนอก ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค กำไรขั้นต้นที่ลดลง 6.00 p.p. สะท้อนถึงการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดในตลาด อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การปรับโครงสร้างแบรนด์ (Brand Clarity) และการนำกิจกรรม ESG มาสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกบ้าน ถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยประคองธุรกิจในระยะยาว
สรุปทิศทางธุรกิจ
สำหรับแผนงานในระยะถัดไป CHEWA จะมุ่งเน้นการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่เป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการในทำเลศักยภาพอย่างแจ้งวัฒนะและพหลโยธินที่เริ่มก่อสร้างแล้ว สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามองคือความคืบหน้าในการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้า ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยน Backlog ให้เป็นรายได้จริงตามเป้าหมายที่วางไว้
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- สถานะโครงการใหม่: ไตรมาส 1 ยังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่มีโครงการคอนโดมิเนียม Low- and Mid-Light ในทำเลแจ้งวัฒนะและพหลโยธินที่ได้รับ EIA และเริ่มก่อสร้างแล้ว
- กลยุทธ์ Backlog: บริษัทเน้นการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่มีเงินมัดจำแล้ว และจะไม่เปิดโครงการใหม่หากไม่มั่นใจในความสามารถในการกู้ของลูกค้า
- ความสำคัญของ ESG: การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมช่วยสร้างความภักดี (Loyalty) และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค