บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCC เจอศึกหนัก! สงครามวัตถุดิบทำกำไรปี 69 หาย 23.6% INVX ลดเป้าเหลือ 222 บาท
P/E 20.46 YIELD 2.08 ราคา 240.00 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
SCC เจอปัญหาใหญ่! โรงงาน LSP ในเวียดนามต้องหยุดเดินเครื่องกลางเดือน พ.ค. 2569 เหตุจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำวัตถุดิบขาดแคลน INVX หั่นประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลงถึง 23.6% พร้อมลดคำแนะนำเป็น NEUTRAL และให้ราคาเป้าหมายใหม่ 222 บาท
ผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่อง LSP
SCC ประกาศหยุดเดินเครื่องโรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนามชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ SCC พยายามหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น แต่ต้นทุนก็สูงขึ้นมาก ในช่วงที่หยุดเดินเครื่อง LSP จะซ่อมบำรุงและเตรียมโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน
INVX มองว่าการหยุดเดินเครื่อง LSP เป็นผลเสียระยะสั้น เพราะมีต้นทุนคงที่สูงถึง 1.0 พันล้านบาทต่อเดือน (ค่าเสื่อมราคา 450 ล้านบาท, ดอกเบี้ย 300 ล้านบาท และผลกระทบต่อต้นทุน 250 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม SCC ยังเน้นจัดหาวัตถุดิบให้โรงงาน MOC ซึ่งผลิตสินค้า HVA ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า
INVX ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ SCC ลดลง 23.6% สะท้อนต้นทุนคงที่ 250 ล้านบาทต่อเดือน ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 2569 ถึงสิ้นปี 2569 แต่ยังคงประมาณการกำไรปี 2570 ไว้เท่าเดิม โดยคาดว่า LSP จะกลับมาเดินเครื่องได้ต้นปี 2570 สำหรับปี 2569 ที่ปรับใหม่ คาดว่ากำไรปกติจะเติบโต 33.8% จากการลดต้นทุนหลังปรับโครงสร้าง และธุรกิจซีเมนต์กับบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น
ข้อสังเกตและแนวโน้มระยะยาว
INVX มองว่าแนวโน้มระยะกลางถึงยาวของ SCC ยังเป็นบวก เมื่อสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจบลงและวัตถุดิบคลี่คลาย คาดว่าส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์จะสูงกว่าก่อนสงคราม เพราะโรงงานปิโตรเคมีในตะวันออกกลางเสียหายหนัก ขณะเดียวกัน SCC เร่งเตรียมโครงการอีเทน คาดว่าจะเสร็จสิ้นปี 2570 และช่วยประหยัดต้นทุนวัตถุดิบได้ 6-7 พันล้านบาทต่อปี
คำแนะนำและราคาเป้าหมาย
INVX ปรับลดคำแนะนำสำหรับ SCC จาก OUTPERFORM เป็น NEUTRAL จากผลกระทบเชิงลบที่ไม่ได้คาดคิดจากการหยุดเดินโรงงาน LSP และสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยืดเยื้อ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ปรับใหม่เป็น 222 บาท (จากเดิม 257 บาท) อ้างอิงวิธี SOTP (EV/EBITDA ที่ 8 เท่า สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์และบรรจุภัณฑ์, 9 เท่า สำหรับธุรกิจซีเมนต์ และ PBV 1.8 เท่า สำหรับบริษัทร่วม)
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น, อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์อุปทานล้นตลาดในธุรกิจซีเมนต์และเคมิคอลส์