https://aio.panphol.com/assets/images/community/17402_D5F127.png

SCGP กำไร Q1/69 โต 34% YoY! เอเซีย พลัส ชี้ พอร์ตธุรกิจแกร่งทั่วอาเซียน

P/E 26.37 YIELD 2.40 ราคา 25.00 (0.00%)

ASPS คาดการณ์กำไรสุทธิ SCGP ไตรมาส 1/69 ที่ 1,206 ล้านบาท โต 34% YoY หนุนจากบริหารต้นทุนเยี่ยมและการฟื้นตัวของ Fajar คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 23 บาท

ไฮไลท์สำคัญ

บล.เอเซีย พลัส (ASPS) คาดการณ์กำไรสุทธิของ SCGP ในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1,206 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/68 และเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ว่ายอดขายรวมจะได้รับแรงกดดันจากปริมาณขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง เนื่องจากการนำเข้าของจีนที่ชะลอตัว การหยุดยาวในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุง Boiler โรง Dissolving Pulp เป็นเวลา 15 วันในเดือนมีนาคม

ผลการดำเนินงานและปัจจัยสนับสนุน

การเติบโตของกำไรสุทธิในไตรมาส 1/69 ได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้เศษกระดาษต้นทุนต่ำที่ซื้อไว้ในไตรมาส 4/68 รวมถึงผลประกอบการของ Fajar ที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน การฟื้นตัวของ Fajar เป็นผลมาจากราคาขาย Packaging Paper ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดในเดือนตุลาคม 68 สะท้อนถึงอุปสงค์ในอินโดนีเซียที่ค่อยๆ กลับมา นอกจากนี้ การแก้ไขสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติยังช่วยลดต้นทุนได้ราว 35 ล้านบาทต่อเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม 69 ขณะที่ต้นทุนพลังงานและค่า Freight โดยรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ข้อสังเกตและแนวโน้ม

ASPS คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 2/69 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากปัจจัยด้านฤดูกาล เช่น วันหยุดสงกรานต์ในไทย การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่ช้ากว่าคาด และปัญหา supply chain ของลูกค้าบางส่วนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/68 คาดว่ากำไรยังคงเติบโต YoY จากผลของโครงการลดต้นทุนที่เริ่มเห็นผลต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Fajar ซึ่งมีแผนเข้าสู่จุดคุ้มทุนภายในไตรมาส 3/69

สรุปและคำแนะนำ

ASPS มองว่าความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบได้อย่างต่อเนื่องเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและเอื้อให้ SCGP สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเศษกระดาษกว่า 60% เป็นการจัดหาในประเทศ ลดความเสี่ยงด้าน logistics ขณะที่บรรจุภัณฑ์พลาสติกมีการ sourcing จากหลายประเทศ ทั้งไทย สหรัฐ และไต้หวัน ปัจจุบัน SCGP มีสต็อกเม็ดพลาสติกเพียงพอรองรับการผลิตได้ถึงไตรมาส 2/69 พอร์ตธุรกิจที่กระจายตัวทั่วอาเซียนช่วยลดความผันผวนเชิงภูมิภาค ขณะที่การปรับโครงสร้างต้นทุนและแผนฟื้นฟู Fajar ให้กลับมาทำกำไรในช่วงครึ่งหลังของปีจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของกำไรในปี 2569 ที่ 19% YoY ด้วยฐานรายได้และ margin ที่แข็งแกร่งขึ้น ASPS จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี DCF ที่ 23 บาท

โพสต์ล่าสุด