บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
BCH: หยวนต้าอัพเกรดเป็น "ซื้อ" มองสงครามตะวันออกกลางกระทบจำกัด
P/E 17.81 YIELD 4.79 ราคา 9.40 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
บล.หยวนต้า ปรับคำแนะนำ BCH ขึ้นเป็น "ซื้อ" จากเดิม "Trading" ด้วยราคาเป้าหมาย 12.90 บาท มองผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางอยู่ในระดับจำกัด และมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
หยวนต้าประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่อ BCH จะอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางเพียง 3% ของรายได้รวม แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จะกดดันการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติบางส่วน แต่ผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมไม่น่ารุนแรง
ทั้งนี้ หยวนต้าประเมิน sensitivity ภายใต้สมมติฐานว่า รายได้จากตะวันออกกลางหายไปทุก 10% จากปัญหาความขัดแย้ง จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ BCH เพียงราว 0.3%
ข้อสังเกตจากการประชุมนักวิเคราะห์
BCH ให้ข้อมูลแนวโน้ม 1Q26 โดยในช่วง ม.ค.–ก.พ. รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางยังเติบโตได้ดีราว 80% YoY จากฐานที่ต่ำ โดยหลักมาจากผู้ป่วยในกลุ่มประเทศ UAE และกาตาร์ สำหรับเดือนมี.ค. คนไข้ตะวันออกกลางมีแนวโน้มอ่อนตัวจากการเข้าช่วงเทศกาลถือศีลอด และผลกระทบจากสงครามทำให้การเดินทางลดลงในระยะสั้น
บริษัทมองผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจาก BCH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางเพียงประมาณ 3% ของรายได้รวม
บริษัทให้เป้าหมายรายได้ปี 2026 เติบโตระดับ single digit ราว 4-6% โดยบริษัทมีมุมมองค่อนข้างอนุรักษ์นิยมท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ตะวันออกกลาง
แผนการเติบโตในระยะกลาง-ยาวบริษัทมีแผนขยายเครือข่ายโรงพยาบาลและเพิ่ม capacity ต่อเนื่อง โดยโครงการหลักคือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ระยองซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินงานใน 4Q27 และ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์สุวรรณภูมิคาดเปิดใน 1Q28
สรุปและประมาณการ
หยวนต้าคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 1,466 ล้านบาท เติบโต 10% YoY โดยอยู่บนสมมติฐานว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้ลุกลามรุนแรงและคลี่คลายภายใน 2Q26 ปัจจัยที่หนุนการเติบโตในปีนี้ ได้แก่ 1) การฟื้นตัวของลูกค้าต่างชาติ 2) จากฐานที่ต่ำความเสี่ยงจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชามีจำกัดสำหรับโรงพยาบาลอรัญประเทศ 3) ปัจจัยหนุนในประเทศจากระบบประกันสังคม โดยการปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายสิทธิการรักษา ซึ่ง BCH ได้รับประโยชน์เด่นจากการมีสัดส่วนผู้ประกันตนราว 35% ของรายได้รวม และ 4) ความเสี่ยงจากค่าปรับด้านการบันทึกรายได้ประกันสังคมไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกหลังบริษัทได้ปรับใช้เกณฑ์น้ำหนักโรคร้ายแรง (RW) ใหม่แล้ว
ปรับคำแนะนำจาก “Trading” เป็น “ซื้อ” คงมูลค่าพื้นฐานที่ 12.90 บาท โดยอิง PER เฉลี่ยที่ 22x มองว่าราคาหุ้นปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปบ้างแล้วคาดสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้ยืดเยื้อทั้งปี และรอประเด็นบวกจากการปรับขึ้นค่าหัวจากประกันสังคม