บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCGP: ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกระทบกำไรจำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 22 บาท
P/E 26.37 YIELD 2.40 ราคา 25.00 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
FSSIA ประเมินว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อกำไรของ SCGP เพียงเล็กน้อย (2-4%) เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่น โดยมีสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์กระดาษสูง และสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้
ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติก เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนเรซินและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม FSSIA คาดการณ์ว่าผลกระทบต่อกำไรของ SCGP จะจำกัดอยู่ที่ 2-4%
โครงสร้างต้นทุนของ SCGP มีความแข็งแกร่งเนื่องจาก 75% ของรายได้มาจากบรรจุภัณฑ์กระดาษ และ 11% มาจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก ต้นทุนหลักของบรรจุภัณฑ์กระดาษคือกระดาษรีไซเคิล (RCP) และพลังงาน โดย RCP คิดเป็น 22-25% ของต้นทุนขาย (COGS) SCGP จัดหา RCP ในประเทศประมาณ 65% ส่วนที่เหลือนำเข้า
สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติก เรซินพอลิเมอร์คิดเป็น 60-70% ของต้นทุนการผลิต โดยต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และมีเพียง 35% ที่เชื่อมโยงกับราคาดัชนี ราคาเรซินที่เพิ่มขึ้น 30-40% ตั้งแต่ต้นปีอาจทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 8-9% ต่อปี หรือ 2% ต่อไตรมาส
ข้อสังเกต
FSSIA คาดว่ากำไรหลักใน 1Q26 จะคงที่หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้นจากการที่ลูกค้าไทยสร้างสินค้าคงคลังก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะช่วยชดเชยปริมาณที่ลดลงในเวียดนามและอินโดนีเซียเนื่องจากผลกระทบของวันหยุด ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางน่าจะปรากฏใน 2Q26
FSSIA มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราว จึงยังไม่ปรับประมาณการ และคงราคาเป้าหมายตามวิธี DCF ที่ 22 บาท พร้อมคำแนะนำ "ซื้อ"
สรุป
FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ SCGP โดยมีราคาเป้าหมาย 22 บาท เนื่องจากบริษัทมีโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่นและผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่จำกัด นอกจากนี้ FSSIA คาดว่ากำไรหลักใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง