https://aio.panphol.com/assets/images/community/17011_369181.png

TQM ปี 2568 ปิดบัญชีด้วยรายได้ 4,000 ล้าน โต 3 เท่าจาก Contact Rate ด้วย AI รับมือเศรษฐกิจซึม แต่กำไรยังแข็งแกร่ง

P/E 10.72 YIELD 8.27 ราคา 13.30 (0.00%)

TQM ปี 2568 ปิดบัญชีด้วยรายได้ 4,000 ล้าน โต 3 เท่าจาก Contact Rate ด้วย AI รับมือเศรษฐกิจซึม แต่กำไรยังแข็งแกร่ง

บริษัททีคิวเอ็มอัลฟาจำกัด (มหาชน) หรือ TQM ปิดบัญชีปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่น่าจับตา โดยรายได้รวมพุ่งแตะระดับ 4,000 ล้านบาท ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจ “ซอฟท์ซาวด์” ในไตรมาสที่สองและสาม แต่โมเมนตัมการเติบโตกลับพลิกผันอย่างน่าประทับใจในไตรมาสสุดท้าย โดยเฉพาะจากกลยุทธ์ “Value-driven, Data-Driven Organization” ที่เน้น AI และ Product Segmentation เป็นแกนหลัก สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ (Inflection Point) ของธุรกิจที่ไม่ใช่แค่การเติบโตจากปริมาณ แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีระบบ

“เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะต้องเปลี่ยน แต่เปลี่ยนเพราะเห็นว่ามันคุ้มค่า — และตอนนี้ทุกตัวเลขพิสูจน์แล้วว่ามันคุ้ม”

จุดพลิกผันเริ่มต้นจากไตรมาสที่ 4 เมื่อรายได้ในช่วงเวลานั้นเพิ่มขึ้นถึง +4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากระดับ 921 ล้านบาท เพิ่มเป็น 959 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ที่วางไว้ตลอดปี โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ให้เน้นกลุ่ม High Value Product Segments อย่างชัดเจน ทำให้เบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Moto) เพิ่มขึ้น +8% YoY และ Non-Motor เพิ่มขึ้นถึง +10.4% YoY ทั้งนี้ แนวโน้มการซื้อรถใหม่ประเภท EV ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2568 มียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้น +33.8% เมื่อเทียบ YoY และในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ เติบโตถึง 4 เท่าของค่าเฉลี่ยรายเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้กลุ่มมอเตอร์ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของรายได้

“AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือที่เปลี่ยน Contact Rate จาก 24% เป็น 72% — เพิ่มขึ้น 3 เท่า แบบไม่ต้องเพิ่มคน”

หัวใจสำคัญของความสำเร็จในปีนี้คือการบูรณาการ AI เข้าสู่กระบวนการทำงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในด้านการติดต่อลูกค้า (Contact Rate) ที่พุ่งขึ้นจาก 24% เป็น 72% ภายในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจเสริม (Offer Bundling) ได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้า High Value ที่เริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป พร้อมกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมี Service Cost เพิ่มขึ้นจาก 475 ล้านบาท เป็น 494 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถควบคุม Expense Ratio และรักษาระดับกำไรสุทธิ (Net Profit) ได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้าย

“ความไม่มั่นคงทางสังคม กลับกลายเป็น Tailwind ให้เราเติบโต เพราะคนเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน”

แม้จะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและน้ำท่วมรวม 378 เหตุการณ์ในปี 2567 ซึ่งคิดเป็นเพียง ~12% ของภัยพิบัติทั่วโลก แต่กลับกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Life ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งอัตราความตาย (Mortality Rate) ที่เพิ่มขึ้นยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกัน การเกิดสงครามและเหตุการณ์พลเรือนก็ส่งผลให้ลูกค้ามีความกังวลเรื่องทรัพย์สินมากขึ้น ซึ่งไม่กระทบต่อ Loss Ratio เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของ TQM มุ่งเน้นการคุ้มครองที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ

“ROA 13.2% และ ROE 22.7% — แม้ลดเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังแข่งขันได้ดีในกลุ่มอุตสาหกรรม”

ด้านผลประกอบการเชิงตัวเลข แม้บริษัทจะไม่เปิดเผย Combined Ratio, Loss Ratio หรือ Expense Ratio โดยเฉพาะ แต่ข้อมูลที่ยืนยันได้ชัดเจนคือ ROA อยู่ที่ 13.2% และ ROE ที่ 22.7% ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับมาตรฐานในกลุ่มอุตสาหกรรมประกันภัย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่มั่นคง การรักษาระดับกำไรสุทธิไว้ได้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมั่นคงของโมเดลธุรกิจ พร้อมกับการประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 300 ล้านบาท ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นในมูลค่าหุ้นและผลตอบแทนระยะยาว

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • TQM เติบโตจาก Volume หรือ Value? — ปี 2568 บริษัทเปลี่ยนจาก “Volume-driven” มาเป็น “Value-driven, Data-Driven Organization” โดยเน้น AI และ Product Segmentation เพื่อเพิ่ม Premium Per Policy
  • Contact Rate เพิ่มขึ้น 3 เท่าได้อย่างไร? — จากการนำ AI มาใช้จริงในกระบวนการทำงาน ทำให้ Contact Rate พุ่งจาก 24% เป็น 72%
  • ตลาดประกันชีวิตเดี่ยวเติบโตอย่างไรในปี 2569? — เริ่มสร้าง Foundation ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน โดยเฉพาะจากอัปสกิลพนักงานและปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์
  • มีแผน M&A เพิ่มเติมหรือไม่? — มีโอกาสเปิดรับ Opportunity แต่ต้องรอ Due Diligence และประเมินความคุ้มค่าระยะยาว หากไม่มีการพิจารณาในปีนี้
  • Market Share เพิ่มขึ้นแค่ไหน? — มอเตอร์อยู่ที่ 8.8% และรวมทั้งหมดอยู่ที่ 6.4%
  • แผน IPO ของ Strong Solution และ Easy Lending? — มีแผน IPO ในไตรมาสสองของปี 2569 โดยเฉพาะ Easy Lending ที่มี Premium Loan Growth เพิ่มขึ้น +21% YoY
  • เป้าหมายรายได้ระยะยาวคือเท่าไร? — เป้าหมายเติบโตอย่างน้อย High Single Digits (เช่น +8–12%) โดยเน้นกลุ่ม High Value, High Margin Product Segments

TQM ปี 2568 จึงไม่ใช่แค่ปีที่ “ปิดบัญชีได้ตามเป้า” แต่คือปีที่ “เปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างลึกซึ้ง” โดยใช้ AI และข้อมูลเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความสมดุลระหว่างรายได้และกำไร แม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่มั่นคง ยังสามารถรักษาระดับ Net Profit ได้อย่างแข็งแกร่ง และเตรียมพื้นฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569–2570

โพสต์ล่าสุด