https://aio.panphol.com/assets/images/community/16997_5BC80F.png

หุ้น SHR ปี 2568 ระเบิดกำไร 4 เท่า! รายได้รวมแตะ 1.3 พันล้าน พร้อมเป้า EBITDA Margin สูงสุด 30%

P/E -100.00 YIELD 4.40 ราคา 1.59 (0.00%)

หุ้น SHR ปี 2568 ระเบิดกำไร 4 เท่า! รายได้รวมแตะ 1.3 พันล้าน พร้อมเป้า EBITDA Margin สูงสุด 30%

บริษัท SHR โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยการรายงานกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) สูงถึง 615 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 150 ล้านบาท พร้อมส่งผลให้กำไรสุทธิในปีเดียวกันแตะระดับเดียวกันที่ 615 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะจากการขายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรเพื่อลดภาระหนี้สินและปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอให้มีศักยภาพในการทำกำไรสูงขึ้นอย่างชัดเจน

“การขายโรงแรมที่ไม่ใช่ Core คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ SHR กลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ”

รายได้รวมของบริษัทในปี 2568 แตะระดับ 12,990 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโรงแรม Core ที่มีจำนวนเพียง 6 แห่งเท่านั้น แต่กลับสร้างรายได้สูงถึง 97% ของพอร์ตโฟลิโอ ขณะที่ Non-Core Assets ซึ่งมีจำนวน 15 แห่ง กลับมีสัดส่วน EBITDA Contribution เพียง 3% เท่านั้น สะท้อนถึงความไม่สมดุลของพอร์ตโฟลิโอในอดีต ซึ่งตอนนี้บริษัทได้ดำเนินการขายทั้งหมดแล้วในเดือนนี้ โดยมีการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นเรียบร้อยแล้ว

“Core Asset 6 แห่ง สร้าง ADR สูงถึง 16,404 บาทต่อคืน และ Occupancy Rate 88% ในเดือนมกราคม — นี่คือภาพสะท้อนของกลยุทธ์ที่แม่นยำ”

โรงแรม Core ที่เน้นในเมืองสำคัญ เช่น เอดินเบิร์ก, เลสเตอร์, กรุงเทพฯ และพัทยา ได้รับการรีแบรนด์เป็น The Unlimited Collection และ Brandlife อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ ADR เพิ่มขึ้นถึง 45% จากก่อนหน้า ขณะที่ Occupancy Rate ยังคงรักษาไว้ได้สูงถึง 88% ในเดือนมกราคม แม้จะอยู่ในช่วง Low Season ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้ลดลงถึง 20% จากการเจรจากับสถาบันการเงินและใช้เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำลงอย่างมีประสิทธิภาพ

“กำไรสุทธิ 615 ล้าน ไม่ใช่แค่ตัวเลข — มันคือผลลัพธ์ของกลยุทธ์ Asset Rotation และการโฟกัสที่ Core Quality”

ในด้านกลยุทธ์ระยะยาว บริษัทมีแผนลงทุนใหม่ในโรงแรม brownfield จำนวน 3,000–3,500 ล้านบาท โดยเน้นทำเลใกล้เคียงกับโรงแรมเดิมในประเทศไทย เช่น กรุงเทพฯ และพัทยา พร้อมวางเป้าหมายเพิ่ม ADR และ Occupancy Rate สู่ระดับ record-breaking ในช่วง 2025–2026 โดยเฉพาะการรีแบรนด์โรงแรม Manchester และ Glasgow ในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาห้องพักเพิ่มเติมในโครงการ Maldives และ PP ได้แก่ การเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวใน Overwater Villa จำนวน 20 แห่ง, เพิ่ม Overwater Villa อีก 18 แห่งใน Salakho Maldive และพัฒนา Hilltop Room บนยอดเขาใน PP ที่เน้นความทันสมัยและวิวทะเล

“เป้าหมาย EBITDA Margin 27–30% และ Net Profit Margin 9–10% ไม่ใช่ฝัน — มันคือแผนที่ลงมือทำแล้ว”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: กลยุทธ์รับมือเงินบาทแข็งค่าคืออะไร?
    A: การดำเนินงานส่วนใหญ่ใช้สกุลเงินเดียวกันกับรายได้ (Natural Hedge) ส่งผลให้กำไรสุทธิไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
  • Q: การขายโรงแรมในยูเคอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว?
    A: เสร็จสิ้นแล้วในเดือนนี้ โดยมีการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จ
  • Q: มีแผนขายโรงแรมเพิ่มหรือไม่?
    A: มีแผนขายโรงแรมบางแห่งที่ปิดให้บริการมาตั้งแต่โควิด เช่น Queenstown และอื่น ๆ โดยกำลังพิจารณาจุดที่เหมาะสม
  • Q: แผนกลยุทธ์ในปีนี้มีอะไรบ้าง?
    A: มุ่งเน้นยกระดับ ADR และ Occupancy โดยเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวใน Overwater Villa (20 แห่ง), เพิ่ม Overwater Villa อีก 18 แห่งใน Salakho Maldive, และพัฒนา Hilltop Room ใน PP
  • Q: มีแผนลงทุนใหม่หรือไม่?
    A: มีแผนลงทุนในโรงแรม brownfield จำนวน 3,000–3,500 ล้านบาท โดยเน้นทำเลใกล้เคียงกับโรงแรมเดิมในประเทศไทย
  • Q: มีผลกระทบจากสงครามอิหร่าน-อิสราเอลไหม?
    A: มีผลกระทบเล็กน้อยจากการยกเลิกเที่ยวบินไปยุโรปตอนกลาง แต่เห็นแนวโน้ม Positive Impact จากการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยุโรปที่บินตรง

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ SHR ที่ไม่ใช่แค่ “ฟื้นตัว” แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้ง โดยมีตัวเลขที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ชัดเจน และเป้าหมายที่วัดผลได้ — พร้อมเดินหน้าสู่ EBITDA Margin 27–30% และ Net Profit Margin 9–10% ในระยะยาว

โพสต์ล่าสุด