https://aio.panphol.com/assets/images/community/16924_D92238.png

ไทยคมเติบโตเหนือขอบฟ้า: ธุรกิจดาวเทียมพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยในยุคข้อมูล

P/E 306.20 YIELD 0.00 ราคา 11.20 (0.00%)

ไทยคมเติบโตเหนือขอบฟ้า: ธุรกิจดาวเทียมพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยในยุคข้อมูล

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 บริษัทไทยคมจำกัด(มหาชน) หรือ THCOM ผงาดจากฐานะผู้นำด้านดาวเทียมพลังงานมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตแบบไม่หยุดยั้ง โดยรายได้รวมพุ่งขึ้นจาก 2,400 ล้านบาทเป็น 2,737 ล้านบาท — เพิ่มขึ้นถึง **13.7%** ในช่วงไตรมาสที่ 4 โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียง Bandwidth เท่านั้น เพราะธุรกิจ System Integration (SI) กลายเป็นหัวใจหลักที่ผลิตรายได้ถึง **1,800 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เพิ่มขึ้นจาก 377 เป็น 498 ล้านบาท — เพิ่มขึ้นถึง **32%** และทำให้กำไรสุทธิเปลี่ยนจากขาดทุน -23 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ **+40 ล้านบาท** บทเรียนหนึ่งของปีนี้คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างมีพลัง โดย Core Profit จากธุรกิจดาวเทียมและ SI เติบโตถึง **90%** ของรายได้รวม ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ **17%** — สูงกว่าปีก่อนหน้ามาก และยังคงรักษาความมั่นคงได้แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก เช่น อัตราแลกเปลี่ยนบาทที่แข็งขึ้น ส่งผลให้เกิด loss on exchange เท่ากับ **300 ล้านบาท**
"เราไม่ได้พึ่งพา Bandwidth เพียงอย่างเดียว เราเติมเต็ม Utilization และขยายตลาดภาคใต้และภาคอินเดียด้วยเทคโนโลยี Software-Defined Satellite (SDS)"
การลงทุนในอนาคตถือเป็นจุดพลิกผันของธุรกิจนี้ โดยมีแผนลงทุนรวมทั้งสิ้น **16,000 ล้านบาท** ในปีนี้ — โดยดาวเทียมดวงใหม่ (11 และ 10) ได้รับงบประมาณกว่า **15,000 ล้านบาท** และการปรับปรุงโครงสร้าง SI และ Network เพิ่มอีกประมาณ **1,000 ล้านบาท** ส่งผลให้ Utilization Rate พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ **64%** — ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป้าหมายระยะกลางคือการเพิ่มขึ้นมาถึง **75%** ในปีนี้
"เราเต็มใจจะเปิดประตูให้ภาครัฐและภาคเอกชนใช้งานเทคโนโลยีดาวเทียมในด้านพลังงานหมุนเวียนและเกษตรกรรม โดยเฉพาะ Crop Watch และ Carbon Watch"
แม้ยังอยู่ในช่วงประมูล USO Phase-3 แต่บริษัทระบุว่า “มั่นใจในคุณภาพของโซลูชัน” และมีแผนร่วมมือกับทุกรัฐบาลภายใต้นโยบาย ESG โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสนับสนุนภาคเกษตรและพลังงานหมุนเวียนให้เติบโตถึง **100%** ในระยะยาว สิ่งที่ต้องจับตาคือ การประกาศผล USO Phase-3 โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปี 2569 รวมถึงแรงกดดันจากบริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมระดับโลกที่เข้ามาแข่งขันในตลาด Mobility และ Remote Connectivity โดยเฉพาะผ่านเทคโนโลยีลีโอ (LEO)
"เราไม่กลัวการแข่งขัน เพราะเรามีความยืดหยุ่นจากการใช้ SDS และมีแพลตฟอร์มเสริมที่ตอบโจทย์ภาคเอกชนและภาครัฐได้อย่างแท้จริง"
---

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: แผนกลยุทธ์ปีนี้มีอะไรบ้าง และตั้งเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร?
    A: มุ่งเน้นเติมเต็ม Utilization โดยเพิ่มลูกค้าในประเทศไทยและอินเดีย โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 5–10% จากปีนี้
  • Q: อัปเดตวงโคจร 78.5 และโครงการดาวเทียมดวงที่ 11 มีอะไรขึ้นไหม?
    A: วงโคจร 78.5 เสร็จสิ้นกระบวนการประมูลแล้วอยู่ในขั้นตอนศึกษาโครงสร้างดาวเทียมดวงใหม่ (11) โดยมีเป้าหมายทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงความมั่นคง
  • Q: อัปเดตเรื่องเทคโนโลยีลีโอและจีโอ มี Use Case อะไรบ้าง?
    A: LEO เน้นใช้ในภาค Mobility เช่น เครื่องบิน เรือ และรถไฟ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ส่วน GEO เสริมการให้บริการภาคเกษตรผ่าน Crop Watch และสนับสนุนภาครัฐด้านความมั่นคง
  • Q: Utilization Rate ปีนี้อยู่เท่าไร และแผนการเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่?
    A: เท่ากับ 64% โดยมีเป้าหมายให้ถึง 75% ภายในปีนี้
  • Q: มีการลงทุนเพิ่มในปีนี้ไหม และแบ่งเป็นเท่าไหร่?
    A: ดาวเทียมดวงใหม่ (11 & 10): 15,000 ล้านบาท (ใช้แล้วประมาณ 3,000 ล้านบาทในปีก่อน) และการปรับปรุงโครงสร้าง SI และ Network: ~1,000 ล้านบาท
  • Q: สัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลักเป็นเท่าใด?
    A: ธุรกิจหลัก (ดาวเทียม + SI) เติบโตถึง 90% ของรายได้รวม
  • Q: เปรียบเทียบคู่แข่งในยูโซ่เฟส 3?
    A: ยังอยู่ในช่วงประมูล โดยไม่เปิดเผยข้อมูลรายละเอียด แต่ระบุว่า “บริษัทไทยคมมั่นใจในคุณภาพของโซลูชัน”
  • Q: มีแผนธุรกิจต่อจากนี้อย่างไรภายใต้รัฐบาลใหม่?
    A: เตรียมพร้อมร่วมมือกับทุกรัฐบาล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อสนับสนุนภาครัฐและเศรษฐกิจไทย

โพสต์ล่าสุด