https://aio.panphol.com/assets/images/community/16920_DC4539.png

SPRC เดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืน: กำไรขั้นต้นโต 93% การเดินเครื่องโรงกลั่นเติบโตขึ้นสู่ระดับใหม่

P/E 12.57 YIELD 6.04 ราคา 7.45 (0.00%)

SPRC เดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืน: กำไรขั้นต้นโต 93% การเดินเครื่องโรงกลั่นเติบโตขึ้นสู่ระดับใหม่

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 บริษัทสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่งจำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าระยะยาวได้อย่างมั่นคงแม้ในภาวะตลาดผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 4 เมื่อหน่วยกลั่นน้ำมันดิบและซีซียูกลับมาเดินเครื่องเต็มที่ พร้อมกับการปรับโครงสร้างการหยุดซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาภาพรวมผลประกอบการในระดับแข็งแกร่งได้อย่างน่าประทับใจ รายได้รวมของ SPRC ในปีงบประมาณ 2568 เติบโตอย่างมั่นคง โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ **145 ล้านบาท** และส่งผลให้กำไรสุทธิ (Net Profit) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ **79 ล้านบาท** เทียบเท่ากับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของธุรกิจในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่ราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยังคงรักษาผลกำไรหลักจากการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง

อีกหนึ่งจุดเด่นของ SPRC ในปีนี้คือการปรับลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยลงเหลือ **3.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล** พร้อมกับการเพิ่มอัตราการเดินเครื่องโรงกลั่นขึ้นมาอยู่ที่ระดับ **93%** สูงกว่าปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย และยังสะท้อนถึงความมั่นคงทางธุรกิจในภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด

"แม้ราคาน้ำมันดิบจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ SPRC เร่งปรับโครงสร้างการหยุดซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเครื่องโรงกลั่น ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่องเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 93% และค่าใช้จ่ายต่อหน่วยลดลงเหลือเพียง 3.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล"

แม้จะเผชิญกับผลขัดทุนจากสต๊อกน้ำมันประมาณ **45 ล้านเหรียญสหรัฐ** ในไตรมาสที่ 4 จากการเปลี่ยนแปลงสภาพตลาดน้ำมันดิบ SPRC ยังสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและไม่กระทบต่อผลกำไรหลักจากการดำเนินงาน โดยยังคงรักษากรอบมาร์จินขั้นต้น (GRM) เท่ากับ **7.3%** และมูลค่าการบูรณาการ (Integrated Value) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ **54 ล้านบาท**

"SPRC เดินหน้าปรับตัวได้อย่างรวดเร็วแม้ในไตรมาสสุดท้ายที่เผชิญกับผลขัดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 45 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยยังคงรักษาผลกำไรหลักจากการดำเนินงานและมาร์จินขั้นต้นไว้อย่างแข็งแกร่ง"

นอกจากนี้ SPRC ยังเด่นชัดในด้านกลยุทธ์เชิงโครงสร้าง โดยขยายเครือข่ายคาวเทคซีวอร์ดในประเทศไทยไปถึง **533 สถานี** เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งพัฒนาโครงการ Light Food Project เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตน้ำมันเบนซินเกรดพิเศษและน้ำมันเครื่องบินยั่งยืน (SAF)

แม้ในปีนี้ความต้องการน้ำมันเอสเอเอฟยังไม่มีนัยสำคัญในระดับเศรษฐกิจอย่างชัดเจน แต่ SPRC มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการเติบโต หากมีนโยบายสนับสนุนการบินสะอาดขึ้นในอนาคต

"SPRC เตรียมพร้อมรองรับการเติบโตของน้ำมันเครื่องบินยั่งยืน (SAF) โดยมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้งานแล้ว หากมีนโยบายสนับสนุนการบินสะอาดขึ้นในอนาคต"

ในระยะสั้นบริษัทวางเป้าหมายให้อัตราการเดินเครื่องโรงกลั่นสูงกว่า **93%** และเสริมสร้างฐานะผู้นำตลาดน้ำมันเบนซินในประเทศ โดยมีแผนขยายเครือข่ายคาวเทคซีวอร์ดและเพิ่มสัดส่วนการขายอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว SPRC มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับน้ำมันเครื่องบินยั่งยืน และขยายพอร์ตการขายไปยังอาเซียน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในอนาคต

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: การขยายเพดานการนำรายได้จากต่างประเทศกลับประเทศไทยส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างไรบ้าง?
    A: ไม่มีผลกระทบต่อ SPRC เนื่องจากบริษัทไม่มีรายได้ต่างประเทศจากการส่งออก และมีระบบจัดการรายได้ที่สอดคล้องกับต้นทุนและเงินปันผลในสกุลเงินเดียวกันตลอดมา
  • Q: สถานการณ์น้ำมันเอสเอเอฟในประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนใด และมีศักยภาพรองรับความต้องการเพิ่มขึ้นหรือไม่?
    A: ปัจจุบันความต้องการน้ำมันเอสเอเอฟยังไม่มีนัยสำคัญในระดับเศรษฐกิจ แต่บริษัทมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการเติบโต หากมีนโยบายสนับสนุนการบินสะอาดขึ้นในอนาคต
  • Q: SPRC จะต้องเผชิญกับอุปสรรคอะไรบ้างในอนาคต?
    A: บริษัทต้องจับตาดูนโยบายพลังงานของรัฐบาล เช่น มาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดหรือภาษีน้ำมัน การแข่งขันจากบริษัทพลังงานรายใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและบริการครบวงจร และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในระยะกลางหากเกิดเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์หรือภัยธรรมชาติอีกครั้ง

โพสต์ล่าสุด