https://aio.panphol.com/assets/images/community/16913_B80949.png

SCGD ปี 2568 บวกหนัก! รายได้ Core EBITDA พุ่ง 3,351 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 932 ล้าน พร้อมเป้าขยายกำลังการผลิต 6.6 ล้านตร.ม. ในเวียดนาม

P/E 8.94 YIELD 6.73 ราคา 5.05 (0.00%)

SCGD ปี 2568 บวกหนัก! รายได้ Core EBITDA พุ่ง 3,351 ล้านบาท กำไรสุทธิแตะ 932 ล้าน พร้อมเป้าขยายกำลังการผลิต 6.6 ล้านตร.ม. ในเวียดนาม

หุ้น SCGD ปิดไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะในด้านผลประกอบหลักที่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักอย่างชัดเจน ด้วย Core EBITDA อยู่ที่ 3,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิ (Net Profit) แตะระดับ 932 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% เช่นกัน พร้อม Margin สูงถึง 4.4% เพิ่มจาก 3.5% ในปี 2567 สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ

“Core EBITDA 3,351 ล้านบาท คือเครื่องหมายชัดเจนว่าธุรกิจหลักของ SCGDecor ไม่ได้แค่โต แต่ยังมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทุกปี”

จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการขยายกำลังการผลิตเกสปอร์ตเลนส์ในเวียดนาม จำนวน 6.6 ล้านตารางเมตร ซึ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตในภูมิภาคนี้เป็น 25% ของกำลังการผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง HVA และ SVP ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อหน่วย และยกระดับส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า High-Value Add (HVA) ที่คาดว่าจะครองสัดส่วน 20% ของตลาดในภูมิภาคภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“การลงทุน 6.6 ล้านตร.ม. ในเวียดนาม ไม่ใช่แค่เพื่อผลิต แต่เพื่อควบคุมต้นทุนและขยายตลาดอย่างยั่งยืน”

การบริหารต้นทุนพลังงานถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ โดย SCGDecor ใช้โซลาร์พลังงานและไบโอแมส ลดต้นทุนพลังงานได้ถึง 10 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่มีความผันผวนของค่าเงินบาท และอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อรายได้จากต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่มีนโยบายการเงินและภาษีเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง

“เรายังคงเฝ้าระวัง FX และการจัดการ Translation อย่างเข้มงวด เพราะความผันผวนของเงินบาทอาจกระทบผลประกอบได้ถึง 5-7% ในบางไตรมาส”

ด้านโครงสร้างเงินทุนยังคงมั่นคง โดยมีเงินสดและเงินเทียบเท่าเงินสด (Cash & Cash Equivalents) อยู่ที่ 8,900 ล้านบาท พร้อม Net Debt อยู่ที่ 12,470 ล้านบาท และอัตราส่วน Net Debt to Equity อยู่ที่ 0.2 สะท้อนความมั่นคงทางการเงิน ส่วนอัตราส่วน Debt to EBITDA อยู่ที่ 1.1 ซึ่งถือว่าต่ำและอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย พร้อมประกาศจ่ายปันผลในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิ แสดงถึงความมั่นใจในกระแสเงินสดที่ยั่งยืน

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: กระเบื้องคอนกรีตสำหรับปูภายนอก 2 มม. ผลิตเองหรือไม่?
    A: นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ได้ผลิตเองในโรงงานของ SCGDecor
  • Q: รายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่ตลาดในไทยชะลอตัว?
    A: เน้นการเติบโตทางด้านข้างผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ (HVA/SVP) และการขยายตลาดอาเซียน
  • Q: M&A มีความคืบหน้าหรือไม่?
    A: ยังอยู่ในขั้นศึกษา ไม่มีความคืบหน้าจริงในปีนี้ หากคุณภาพไม่ดีจะปล่อยทิ้งไป
  • Q: เงินสด 8,900 ล้านบาท ใช้ไปไหน?
    A: เตรียมไว้สำหรับการลงทุน M&A หากโครงการผ่านเกณฑ์
  • Q: ความเสี่ยงหลักในเวียดนามคืออะไร?
    A: ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการจัดการ Translation
  • Q: เป้าหมายการเติบโตในปี 2569?
    A: เน้นเวียดนามเป็นหลัก เพิ่มการลงทุนในเกสปอร์ตเลนส์และขยายตลาดอาเซียน
  • Q: ยอดขายของ CottoLive เป็นอย่างไร?
    A: ยังคงต่อเนื่อง ไม่ลดลงมาก

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า SCGD ไม่ได้พึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้างฐานการผลิตและตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างมีระบบ โดยเฉพาะผ่านการลงทุนในเกสปอร์ตเลนส์ 6.6 ล้านตร.ม. และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ High-Value Add ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยได้ถึง 15% ในปี 2568 พร้อมเป้าหมายระยะยาวในการสร้างฐานพลังงานสะอาด (โซลาร์ 2 MW เพิ่มเติม) และขยายตลาดสุขภัณฑ์ในอาเซียนอีก 30%

สำหรับนักลงทุนที่ติดตาม SCGD ควรจับตาความผันผวนของ FX, ความคืบหน้าของโปรเจกต์ M&A, และการเติบโตของตลาด HVA/SVP ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพของการดำเนินงานโซลาร์และไบโอแมสที่จะช่วยควบคุมต้นทุนในระยะยาว

โพสต์ล่าสุด
บทความ
เมื่อวาน 10:49 น.
PTTEP OPPDAY Summary 2568 Q4