บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
PLUS ปี 2568 ขาดทุน 70 ล้าน แต่เป้าหมายส่งออก 99% และใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 50% ภายใน 2 ปี
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 1.33 (0.00%)
PLUS ปี 2568 ขาดทุน 70 ล้าน แต่เป้าหมายส่งออก 99% และใช้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 50% ภายใน 2 ปี
บริษัท โรแยลพลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS ผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้ชั้นนำ เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2568 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,312 ล้านบาท แม้จะขาดทุนสุทธิ 70 ล้านบาท หรือคิดเป็น -6% ของรายได้ แต่กลับมีกำไรขั้นต้น (Gross Profit) อยู่ที่ 144 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 11% และ EBITDA อยู่ที่ 69 ล้านบาท หรือ 5.2% ของรายได้ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนและรักษาโครงสร้างกำไรในภาวะตลาดที่ผันผวน
“แม้จะขาดทุนสุทธิ แต่เรายังคงรักษาระดับ Gross Profit ไว้ได้ที่ 144 ล้านบาท และมีแผนเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization) จากปัจจุบัน 20–30% เป็น 50% ภายในปี 2569”
บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,807 ล้านบาท โดยมีหนี้สิน 640 ล้านบาท และทุนจดทะเบียน 1,097 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt-to-Equity Ratio) อยู่ที่ 0.5 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนขยายช่องทางการขายผ่านโมเดล OPM (Original Product Manufacturer) จนครอบคลุมยอดขายรวม 86% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนความพยายามในการสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในห่วงโซ่อุปทาน
“การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 แนวคิดต่อปี และการขยายตลาดส่งออกจนถึง 99% ของยอดขาย คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาวที่ไม่ยอมให้ตลาดใดตลาดหนึ่งกลายเป็นจุดเสี่ยงเดียว”
ในด้านการดำเนินงาน บริษัทมีสัดส่วนยอดขายในประเทศเพียง 1% เท่านั้น ขณะที่ส่งออกถึง 99% โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจีนที่มีปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมระบาด ทำให้โอกาสของ PLUS เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตลาดน้ำมะพร้าวในจีนคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 3–5% ต่อปี (CAGR) ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
“การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถรักษา Gross Margin ไว้ที่ระดับ 11% แม้ในภาวะเงินบาทผันผวน”
บริษัทเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบ เช่น มะพร้าวและน้ำตาล รวมถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางการขนส่ง แต่ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบโดยตรง โดยบริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีแผนสำรองรับความผันผวนของค่าเงินบาท
“สต๊อกลูกค้าในอเมริกาอยู่ในระดับปกติมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน ไม่มีผลกระทบต่อออเดอร์ในไตรมาส 1 ของปีนี้”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายการใช้กำลังการผลิต (Utilization) คือเท่าใด และเมื่อไหร่จะถึงเป้า? – ปัจจุบันอยู่ที่ 20–30% และมีแผนเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2569
- สัดส่วนยอดขายจากจีนและยุโรปจะโตแรงแค่ไหน? – คาดว่าจะเติบโตขึ้น และอาจมีสัดส่วนมากกว่าตลาดสหรัฐฯ ในปี 2569
- จะรักษากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้เหนือ 30% ได้อย่างไร? – โดยเน้นการเพิ่ม Utilization และควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
- ผลิตภัณฑ์ Low Sugar และ Plant-based จะเริ่มสร้างรายได้เมื่อใด? – ยังไม่มีกำหนดไตรมาสเฉพาะ แต่กำลังเตรียมพร้อมเปิดตัวในอนาคต
- สถานการณ์น้ำมะพร้าวปลอมในจีนมีผลต่อตลาดอย่างไร? – เป็นโอกาสให้ PLUS เพิ่มส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ
- ผลกระทบจากภัยพิบัติตะวันออกกลางต่อโลจิสติกส์? – ยังไม่มีผลกระทบ แต่บริษัทติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- แนวโน้มรายได้ไตรมาส 1 เทียบกับปีก่อน? – มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากปีก่อน
ในระยะสั้น บริษัทต้องจับตาการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ การเพิ่ม Utilization Rate และความเสถียรของสต๊อกในตลาดสหรัฐฯ และจีน ในขณะที่ในระยะกลางถึงยาว บริษัทมุ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปีละ 3 แนวคิด และขยายตลาดจีน-ยุโรปให้มีสัดส่วนยอดขายไม่น้อยกว่า 30% พร้อมตั้งเป้าสร้างความยั่งยืนด้าน ESG ระดับ A และทำกำไรสุทธิกลับเป็นบวกภายในปี 2569–2570