https://aio.panphol.com/assets/images/community/16864_F707C6.png

BCPG ปี 2568 เติบโตแรง! กำไร Core เพิ่ม 1,450 ล้าน พร้อมเป้า EBITDA +10% ในปีหน้า

P/E 22.59 YIELD 5.43 ราคา 6.45 (0.00%)

BCPG ปี 2568 เติบโตแรง! กำไร Core เพิ่ม 1,450 ล้าน พร้อมเป้า EBITDA +10% ในปีหน้า

หุ้น BCPG ปิดปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลงานที่น่าจับตา โดยเฉพาะในส่วนของกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,450 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดระดับโลก โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นสูงสุดในกลุ่ม และได้รับประโยชน์จากภาวะขาดแคลนพลังงานในภูมิภาค PGM (Pacific Gas and Electric Market) ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ไฟฟ้ามากที่สุดของประเทศ

“ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ในสหรัฐฯ สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลายเป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดนักลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่”

ความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจาก Data Center และ AI ในภูมิภาค PGM ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานในระยะสั้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของค่าความพร้อมจ่าย โดยเฉพาะในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ดำเนินงานผ่านบริษัทในเครืออย่าง CCE (Carbondale Energy) ขณะเดียวกัน บริษัทยังขยายธุรกิจพลังงานลมและน้ำในลาว ช่วยเสริมฐานรายได้จากส่วน Core ที่เติบโตอย่างมั่นคง

“Installed Capacity เพิ่มขึ้นเป็น ~2,000 เมกะวัตต์ จาก ~1,900 เมกะวัตต์ในปีก่อน พร้อม Availability สูงถึง ~90% จากระดับ ~85%”

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ กำลังการผลิตติดตั้ง (Installed Capacity) ของ BCPG เพิ่มขึ้นจาก ~1,900 เมกะวัตต์ ในปี 2567 เป็น ~2,000 เมกะวัตต์ ในปี 2568 พร้อมอัตราการใช้งาน (Availability) เพิ่มขึ้นจาก ~85% เป็น ~90% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะมีปัญหาเรื่อง Adder ในโครงการโซลาร์พลังงานในประเทศไทย ทำให้รายได้จากส่วน Non-Core ลดลง แต่ก็ไม่กระทบต่อ Core Profit ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“กำไรสุทธิอยู่ที่ 855 ล้านบาท ในปี 2568 แม้จะลดลงจาก 890 ล้านบาทในปีก่อน แต่สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน”

แม้กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2568 จะอยู่ที่ 855 ล้านบาท ลดลงจาก 890 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลว กลับเป็นผลจากกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะการลดรายได้จากโครงการโซลาร์ญี่ปุ่นที่ไม่มีรายได้ในปีนี้ และการขาดแคลน Adder ในไทย ซึ่งส่งผลต่อ Non-Core Profit อย่างชัดเจน

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • มีแผนจ่ายไฟฟ้าให้ Data Center ในไทยหรือไม่? — ยังอยู่ในขั้นศึกษาแนวทางร่วมกับภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการ PPA โดยเน้นความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์และพาร์ทเนอร์ที่น่าเชื่อถือ
  • ราคาโซลาร์ในไต้หวันจะลดลงไหม? — คาดว่าจะคงที่ (stable) เนื่องจากตลาดเริ่มเติบโตสุกงอมแล้ว ไม่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงมาก
  • มีแผนลดต้นทุนทางการเงินหรือไม่? — พยายามลด negative carry โดยบริหารจัดการเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังคงต้องรักษาสมดุลระหว่างดอกเบี้ยกับสภาพคล่อง
  • เวียดนาม Acquisition มีเทอมเปลี่ยนแปลงไหม? — เทอม long stop date ผ่านมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพื้นที่ลงทุนกับผู้ขายอย่างต่อเนื่อง
  • มีแผนขยายธุรกิจใหม่ไหม? — มีแผนขยายในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เพื่อรองรับการเติบโตของ AI และ Data Center

เป้าหมายในระยะสั้น-ยาว: เติบโต EBITDA +10% พร้อมขยายฐานในเอเชีย

สำหรับปีงบประมาณ 2569 (FY26) BCPG ตั้งเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA อยู่ที่ 10% บวก-ลบ จากปีก่อน โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพจากธุรกิจในสหรัฐฯ และลาว ส่วนเป้าหมายระยะยาว คือ การขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะโครงการโซลาร์และลมในไต้หวัน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการใช้งานพลังงานสูงในอนาคต

“สิ่งที่ต้องจับตามองคือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของสหรัฐฯ และภูมิภาคเอเชีย รวมถึงความก้าวหน้าของ AI และ Data Center ที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความต้องการพลังงานในทุกมุมโลก”

โพสต์ล่าสุด