บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ASK กลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ: ปี 2568 กำไรสุทธิพุ่ง 532 ล้าน พร้อมเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่ม 50% ในปี 2569
P/E 11.65 YIELD 4.55 ราคา 8.80 (0.00%)
ASK กลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ: ปี 2568 กำไรสุทธิพุ่ง 532 ล้าน พร้อมเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่ม 50% ในปี 2569
บริษัท แอสเซนด์ จำกัด (ASK) ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญในปีงบประมาณ 2568 โดยสามารถพลิกสถานการณ์จากภาวะขาดทุนในปีก่อนหน้ามาสู่การสร้างกำไรสุทธิ 532 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) สูงถึง 1,792 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะยังคงอยู่ที่ระดับ 5,455 ล้านบาทเท่าเดิม แต่การปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่ออย่างเป็นระบบ พร้อมกลยุทธ์การประเมินความเสี่ยงแบบ Red/Yellow Zone ช่วยให้คุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านอัตราการเก็บเงินที่เพิ่มขึ้นเป็น 69% ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำคัญของความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
"เราไม่ได้เติบโตจากปริมาณ แต่เติบโตจากคุณภาพ — ทุกสินเชื่อใหม่ที่ปล่อยในปี 2568 ผ่านเกณฑ์ความเสี่ยงอย่างเข้มงวด"
ตัวเลขแสดงให้เห็นว่า รายได้จากดอกเบี้ย (Interest Income) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3,086 ล้านบาท จาก 4,147 ล้านบาทในปี 2567 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 8.00% จาก 8.09% ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน รายได้จากกลุ่มโลน (Loan) อยู่ที่ 590 ล้านบาท และรายได้จากโบรกเกอร์อินชวรัสดอกเบี้ยลดลงเหลือ 218 ล้านบาท จาก 290 ล้านบาท สะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ให้เน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และรายกลาง ซึ่งแม้จะส่งผลต่อรายได้ Non-Core ชั่วคราว แต่กลับช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
"การลด NPL Amount จาก 2,720 ล้านบาท เหลือ 2,352 ล้านบาท ไม่ใช่โชค แต่คือผลของโมเดลที่เราตั้งใจสร้างมาอย่างต่อเนื่อง"
การเปลี่ยนแปลงกลุ่มลูกค้าจากรายย่อยมาเป็นรายใหญ่และรายกลาง ส่งผลให้อัตราสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ที่ผ่อนได้น้อยลงแต่ยังไม่ตกชั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยส่งผลต่อคุณภาพพอร์ตในอดีต การควบคุมคุณภาพยังคงเน้นการตรวจสอบลูกหนี้ที่ผิดนัดเกินสามงวดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการปรับกลยุทธ์การขายรถยึด โดยมีแผนเพิ่มพื้นที่โชว์รูมในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และลดอัตราขาดทุนจากการขายจาก 30% (ปี 2568) มาอยู่ต่ำกว่าระดับนั้นในปี 2569
"เราไม่ได้หวังว่าตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าจะเติบโต — เราแค่ยังไม่พร้อมปรับกลยุทธ์ต่อรถประเภทใหม่"
ด้านภายนอก ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยที่เคยเป็นฐานลูกค้าหลัก ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การผลิตรถบรรทุก EURO 5 เริ่มเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 11% ในเดือนมกราคม และมาร์เก็ตแชร์ขยายตัวสู่ระดับ 19% จากเดิมที่ต่ำกว่า แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นประเด็นที่บริษัทระมัดระวังอย่างมาก
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 เพิ่ม 50% เทียบกับปี 2567 จะเท่ากับเท่าไหร่? — จากฐานเดิมที่ต่ำมากในปี 2567 การเติบโต 50% หมายถึงการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาสที่สองของปี 2569 ที่คาดว่าจะเติมเต็มเป้าหมายได้ครบถ้วน
- อัตราดอกเบี้ยรับในปี 2569 จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? — มีแนวโน้มลดลงประมาณ 10–20 basis points จาก 8.00% ในปี 2568 เนื่องจากตลาดเงินผ่อนคลายและกลุ่มลูกค้ารายใหญ่มีความต้องการยืมเพื่อขยายธุรกิจ
- NPL สูงขึ้นเพราะอะไร? — เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อหดตัวลง และลูกหนี้บางรายยังคงผ่อนได้น้อยแม้ไม่ถึงขั้นตกชั้น โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยที่มีรายได้ไม่แน่นอน
- การปรับโครงสร้างลูกค้าส่งผลต่อคุณภาพพอร์ตอย่างไร? — ทำให้ NPL Amount ลดลงจาก 2,720 ล้านบาท เหลือ 2,352 ล้านบาท และการเก็บเงินเพิ่มขึ้นเป็น 69% ในเดือนมกราคม
- ยอดยึดรถบรรทุกจะกลับมาต่ำกว่า 1,000 คันเมื่อไหร่? — คาดว่าจะเห็นภาพชัดเจนในปี 2569 จากการเติบโตของยอดขายและความต้องการซื้อของลูกค้ารายใหญ่
- ขาดทุนจากการขายรถยึดลดลงหรือไม่? — ใช่ โดยมีแผนเพิ่มพื้นที่โชว์รูมในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และลดขาดทุนจากการขายจาก 30% เหลือต่ำกว่าระดับนั้น
ASK ยังคงเดินหน้าตามแผนระยะสั้นและยาว โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 50% ภายในปี 2569 อัตรา NPL ต่ำกว่า 6% และ ECL ต่ำกว่า 4% พร้อมเสริมพลังในกลุ่มรายใหญ่และรายกลาง เพื่อสร้างพอร์ตที่มีคุณภาพสูงและเสถียร ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล และการตอบสนองของตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าในระยะยาว