https://aio.panphol.com/assets/images/community/16713_33429A.png

SCC เจอศึกหนัก! สงครามตะวันออกกลางกระทบต้นทุน Feedstock

P/E 15.64 YIELD 2.72 ราคา 183.50 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อ Naphtha ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของธุรกิจปิโตรเคมีของ SCC ทำให้ต้องประกาศ Force Majeure โรงงาน ROC และอาจต้องหยุดเดินเครื่องโรงงาน MOC และ LSP หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ผลกระทบจากสงครามและมาตรการรับมือ

วัตถุดิบขาดแคลนดันราคา Feedstock ในตลาด MOPJ พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจอื่น ๆ ของ SCC เช่น บรรจุภัณฑ์ ซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แม้จะมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและการผลักภาระค่าขนส่งให้ลูกค้าบ้างแล้วก็ตาม

ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ SCC ดำเนินมาตรการบริหารเงินสดอย่างเข้มงวด และยังคงเดินหน้าขายหุ้น Chandra Asri แม้ดีลอาจล่าช้ากว่ากำหนดเดิมใน 2Q69

บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่าอาจต้องปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ของ SCC จากเดิมที่คาดไว้ 12,216 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง

ข้อสังเกตและการประเมินมูลค่า

แม้ราคาหุ้น SCC จะปรับตัวลง 17% ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม แต่ ASPS ยังคงคำแนะนำ "Trading" โดยให้ราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF ที่ 220 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน 24% อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องระมัดระวังความไม่แน่นอนของธุรกิจปิโตรเคมี

ESG และผลการดำเนินงาน

SCC ให้ความสำคัญกับ ESG โดยมีเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และได้รับการยอมรับจากสถาบันชั้นนำในด้านความยั่งยืน

ผลการดำเนินงานล่าสุดแสดงให้เห็นว่า SCC มียอดขายที่แข็งแกร่ง แต่กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่า SCC จะมีกำไรสุทธิ 12,216 ล้านบาทในปี 2569 และ 17,144 ล้านบาทในปี 2570

โพสต์ล่าสุด