บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
หุ้น BCH ปี 2568 โตต่อเนื่อง รายได้ทะลุ 11,213 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 1,311 ล้าน แม้เจอแรงกดดันจากชายแดนกัมพูชา
P/E 19.13 YIELD 4.46 ราคา 10.10 (0.00%)
หุ้น BCH ปี 2568 โตต่อเนื่อง รายได้ทะลุ 11,213 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 1,311 ล้าน แม้เจอแรงกดดันจากชายแดนกัมพูชา
บริษัทบางกอกเชนฮอสปิทอลจำกัดฯ (BCH) โชว์ฟอร์มร้อนแรงในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ด้วยรายได้รวมที่แตะระดับ 11,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 11,000 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติลดลงถึง 18.4% เยียร์ออนเยียร์ แต่กลับเติบโตได้อย่างมั่นคงจากปัจจัยภายใน เช่น การปรับโครงสร้างบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และการขยายศูนย์เฉพาะทางที่ตอบโจทย์ตลาดใหม่
“แม้รายได้จากผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะลดลง 18.4% แต่รายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมเติบโต 6.7% เยียร์ออนเยียร์ และรายได้จากกิจกรรมเฉพาะทางเพิ่มขึ้นถึง 198.6% — นี่คือภาพสะท้อนของความยืดหยุ่นและกลยุทธ์ที่แม่นยำ”
กำไรสุทธิของ BCH ในปี 2568 อยู่ที่ 1,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,290 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อัตรากำไรสุทธิยังคงอยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 11.7% ต่อเนื่องจากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่เหนือชั้น โดยเฉพาะการลดต้นทุนด้านสาธารณูปโภคลงถึง 8% และค่าเช่ารถลดลง 21.2% จากการใช้เครื่องมือแพทย์ทดแทนการเช่า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรในภาวะต้นทุนเพิ่มขึ้นทั่วโลก
“รายได้จากศูนย์เฉพาะทางอย่าง Sleep Test และ Aesthetic Center โต 198.6% — นี่ไม่ใช่แค่การเติบโตแบบชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของบริษัทให้หลากหลายและยั่งยืน”
หากมองลึกไปในสัดส่วนรายได้ Core กับ Non-Core จะเห็นชัดเจนว่า แม้รายได้จากโรงพยาบาลในเครือ (Core) จะอยู่ที่ 11,913 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99.4% ของรายได้รวม แต่กิจกรรม Non-Core อย่างศูนย์ความงามและตรวจวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Test) ที่มีรายได้เพียง 67 ล้านบาท กลับเติบโตอย่างร้อนแรงถึง 198.6% สะท้อนว่า BCH ไม่ได้พึ่งพาโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียว แต่กำลังสร้าง “รายได้ใหม่” จากบริการเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสุขภาพป้องกัน
“การเติบโตของ Aesthetic Center และ Sleep Test ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — มันคือผลลัพธ์ของการลงทุนในเทคโนโลยีและกลยุทธ์ ‘Smart Hospital’ ที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัล”
บริษัทเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Telemedicine, AI-powered rehabilitation robotics และระบบ e-Refer ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลหลักอย่าง เกษมราช (รายได้ 8,845 ล้านบาท) ยังคงเติบโตได้ดีถึง 7.2% แม้จะมีการปรับโครงสร้างบางส่วน ในขณะที่ เกษมราชอินเทอร์เนชั่นแนล รายได้ลดลงเล็กน้อย 2.5% และ World Medical เพิ่มขึ้นเพียง 0.2%
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ผลกระทบจากชายแดนกัมพูชา? รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติลดลง 18.4% เยียร์ออนเยียร์ โดยเฉพาะชาวกัมพูชา แต่บริษัทยังคงรักษาความต่อเนื่องผ่านการสนับสนุนจากสถานทูตและกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะทาง
- ปรับราคาค่าบริการหรือไม่? ไม่มีการปรับราคาทั่วไป แต่บางสาขา เช่น เกษมราชปทุมธานี มีการปรับเพิ่มเฉลี่ย 3–5% จากการปรับปรุงอาคารและแบรนด์
- ผลกระทบจาก forepayment? เปลี่ยนแปลงเกิดในปีก่อนหน้า ยังไม่เห็นผลชัดในปีนี้ แต่มีแผนปรับโครงสร้างบริการให้สอดคล้องกับอัตราค่าเบิกจ่ายใหม่
- รายได้ประกันสังคมเติบโตไหม? คาดว่าจำนวนผู้ประกันตนจะเพิ่มขึ้น 1–2% เยียร์ออนเยียร์ และรายได้จากผู้ป่วยกลุ่ม Rw > 2 จะเติบโตต่อเนื่องตามอัตราค่าเบิกจ่ายคงที่
- อนาคตจะเปิดสาขาใหม่ไหม? มีแผนเปิดโรงพยาบาลใหม่ เช่น เกษมราชสุวรรณภูมิ และเกษมราชดายองค์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง อาจกระทบผลประกอบการชั่วคราว
ในระยะสั้น BCH มุ่งเน้นเพิ่มรายได้จากผู้ป่วยประกันสังคม 1–2% เยียร์ออนเยียร์ และขยายศูนย์เฉพาะทางอย่าง Sleep Test และ Aesthetic Center ส่วนระยะยาว บริษัทตั้งเป้าพัฒนาเป็น Smart Hospital ทั่วเครือ โดยใช้ AI, Telemedicine และระบบ e-Refer เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
สิ่งที่ต้องจับตาในอนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงนโยบายประกันสุขภาพเอกชน ความไม่แน่นอนจากภูมิภาค เช่น การปิดชายแดน และความต้องการด้านการดูแลเชิงป้องกันที่อาจกดดันต้นทุน รวมถึงการเปิดโรงพยาบาลใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง