บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SCC เจอวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ! โบรกฯ หั่นเป้าหมายระยะสั้น แต่ยังเชื่อมั่นระยะยาว
P/E 15.64 YIELD 2.72 ราคา 183.50 (0.00%)
text-primary โกลเบล็กยังแนะนำ "ซื้อ" SCC ที่ราคาเป้าหมาย 252 บาท แม้เจอปัญหาเฉพาะหน้าจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC กำลังเผชิญกับความท้าทายจากการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบแนฟทา (Naphtha) สำหรับโรงงาน Rayong Olefins Cracker (ROC) และอาจต้องปิดโรงงาน MOC และ LSP หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย โบรกเกอร์ โกลเบล็ก (GLOBLEX) ประเมินว่าเหตุการณ์นี้อาจสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น แต่ยังคงเชื่อมั่นในการเติบโตระยะยาวของ SCC จากธุรกิจที่หลากหลาย
text-primary ผลกระทบจากการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ
GLOBLEX ระบุว่า SCC อาจต้องเผชิญกับผลขาดทุน 20-30 พันล้านบาทต่อปี หากต้องปิดโรงงาน ROC, MOC และ LSP นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บรรจุภัณฑ์ (SCGP), วัสดุก่อสร้าง (SCGD), ซีเมนต์, ธุรกิจยานยนต์ (Toyota) และธุรกิจการเกษตร (Kubota) ก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากปัญหาด้านโลจิสติกส์และการขนส่งทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด หากอิหร่านผ่อนปรนท่าทีและอนุญาตให้เรือจากประเทศพันธมิตร เช่น จีน รัสเซีย และไทย สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
text-primary ข้อสังเกตและการวิเคราะห์
แม้ว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบต่อ SCC ในระยะสั้น แต่ GLOBLEX ยังคงมองเห็นศักยภาพในการเติบโตของบริษัทในระยะยาว โดยพิจารณาจากธุรกิจที่หลากหลายและผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในส่วนอื่นๆ เช่น ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง GLOBLEX คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ที่ 14,852 ล้านบาท และราคาเป้าหมาย SoTP ที่ 252 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ธุรกิจซีเมนต์: 71,549 ล้านบาท (19%)
- ธุรกิจปิโตรเคมี: 185,578 ล้านบาท (49%)
- ธุรกิจกระดาษ: 164,641 ล้านบาท (44%)
- ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง: 94,367 ล้านบาท (25%)
- การลงทุน: 182,814 ล้านบาท (48%)
text-primary สรุปและคำแนะนำ
GLOBLEX ยังคงแนะนำ "ซื้อ" SCC แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงในระยะสั้นจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมองว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราว และ SCC ยังมีศักยภาพในการเติบโตจากธุรกิจที่หลากหลาย นักวิเคราะห์ GLOBLEX ประเมินราคาเป้าหมาย SoTP ที่ 252 บาท โดยใช้วิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) ซึ่งพิจารณาจากมูลค่าของแต่ละธุรกิจย่อยของ SCC