https://aio.panphol.com/assets/images/community/16665_C6CCA6.png

TFG หุ้นเนื้อหอม! บัวหลวงชี้ราคาถูกเกินจริง แนะซื้อเป้า 8-9 บาท

P/E 5.60 YIELD 9.79 ราคา 7.15 (0.00%)

text-primary ไฮไลท์สำคัญ

บัวหลวง (BLS) ออกบทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ แนะนำ "ซื้อ" หุ้น TFG (Thai Foods Group) โดยมองว่าราคาปัจจุบันที่ซื้อขาย PER ปี 2569 เพียง 6 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากตลาดประเมินเป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูง ทั้งที่โครงสร้างกำไรมีความเสถียรมากกว่าเมื่อเทียบกับ BTG และ CPF ที่ซื้อขาย PER ใกล้เคียง 9 เท่า หาก TFG ได้รับการปรับมูลค่า (re-rate) ขึ้นไปที่ระดับ 8-9 เท่า จะสะท้อนมูลค่ายุติธรรมที่ 8-9 บาท

text-primary จากหน้าฟาร์มสู่ผู้กำหนดราคา

จุดเปลี่ยนสำคัญของ TFG คือ โครงสร้างธุรกิจที่เน้นค้าปลีกมากขึ้น ปัจจุบัน 40% ของรายได้รวมมาจากร้าน Thai Foods Fresh Market กว่า 600 สาขาทั่วประเทศ และมีเป้าหมายขยายเป็น 850 สาขาภายในปี 2569 นอกจากนี้ TFG ยังปรับกลยุทธ์ธุรกิจหมู จากเดิมขายหน้าฟาร์ม เป็นเข้าสู่ระบบค้าปลีกและการจัดจำหน่ายของตนเอง 100% ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 10% ช่วยลดความผันผวนของอัตรากำไรและความเสี่ยงจากราคาหมูในตลาด

การที่สัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้นและจำนวนสินค้าขยายตัว ทำให้โครงสร้างกำไรได้รับผลกระทบจากความผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์น้อยลง อีกทั้ง Vertical integration ยังช่วยเสริมอำนาจต่อรองและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมอัตรากำไร เมื่อเทียบกับ BTG ที่มีรายได้จากค้าปลีกราว 15% และมีร้านประมาณ 220 สาขา TFG กำลังเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มอาหารแบบ vertically integrated ที่มีอำนาจด้านช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งสมควรได้รับ Valuation ที่สูงกว่าด้วยซ้ำ

text-primary ข้อสังเกต

TFG พึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนรายได้จากเวียดนามเพียง 11% ของยอดขายรวม ขณะที่ BTG มีการดำเนินงานในกัมพูชา ลาว และเมียนมา และ CPF มีรายได้จากต่างประเทศมากกว่าในประเทศ (ในประเทศ 38% เทียบกับต่างประเทศ 62%) การกระจายตัวทั่วโลกอาจเป็นข้อได้เปรียบในช่วงขาขึ้น แต่ในช่วงขาลงอาจเพิ่มความผันผวน ตัวอย่างเช่น ผลประกอบการไตรมาส 4/68 ของ CPF ที่กำไรหลักลดลงอย่างมากเนื่องจากขาดทุนในจีน การที่ TFG มีโครงสร้างรายได้ในประเทศไทยเป็นหลักจะช่วยเพิ่มความชัดเจนของกำไรและลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้

นอกจากความเสถียรเชิงโครงสร้างที่มากขึ้นแล้ว โมเมนตัมกำไรก็กำลังปรับตัวดีขึ้น แนวโน้มการปรับประมาณการกำไรของ TFG จากตลาดมีทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความแข็งแกร่งของอัตรากำไรค้าปลีก ราคาหมูในประเทศที่เป็นปัจจัยหนุน และ operating leverage ที่ดีขึ้นกำลังสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการ นอกจากนี้ ปัจจัยฤดูกาลจะเริ่มเอื้ออำนวย โดยช่วงฤดูร้อนมักทำให้อุปทานปศุสัตว์ตึงตัวพยุงราคาขึ้น ผู้บริหารคาดว่าราคาหมูไทยจะฟื้นตัวสู่ระดับ 65-70 บาทต่อกิโลกรัมจากระดับปัจจุบันราว 58 บาทต่อกิโลกรัม ที่สำคัญปี 2569 คาดว่าจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ่ที่รุนแรงขึ้นซึ่งอาจเพิ่มอากาศร้อนและความแล้งขึ้น

text-primary สรุป

BLS มองว่า TFG ซื้อขายที่ระดับที่ลดลงเมื่อเทียบกับ BTG และ CPF ทั้งที่มีความเสี่ยงในมุมมองการทำธุรกิจข้ามชาติต่ำกว่า อีกทั้งสัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการปรับตัวของกำไรที่ดีกว่า เมื่อสัดส่วนค้าปลีกเพิ่มขึ้นและความชัดเจนด้านอัตรากำไรดีขึ้น การ re-rate สู่ระดับ PER 8-9 เท่าถือว่าสมเหตุสมผลภายใต้ปัจจัยพื้นฐานปัจจุบัน นอกจากนี้ ประเด็น ESG ที่เคยสร้างแรงกดดันต่อ TFG กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว โดยบริษัทได้แต่งตั้ง CEO คนใหม่ สะท้อนการปรับโครงสร้างด้าน governance และการรีเซ็ตเชิงปฏิบัติการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด

โพสต์ล่าสุด
บทความ
วันนี้ 13:01 น.
GUNKUL OPPDAY Summary 2568 Q4
บทความ
วันนี้ 12:58 น.
MSC OPPDAY Summary 2568 Q4
บทความ
วันนี้ 12:56 น.
ถาม-ตอบ (Q&A)