https://aio.panphol.com/assets/images/community/16640_3E9F34.png

AAI: รายได้โต 0% แต่กำไรหดตัว กำไรสุทธิ 741 ล้าน ย้ำแผนขยายโรงงาน-สร้างแบรนด์ในประเทศ

P/E 10.06 YIELD 9.53 ราคา 3.52 (0.00%)

AAI: รายได้โต 0% แต่กำไรหดตัว กำไรสุทธิ 741 ล้าน ย้ำแผนขยายโรงงาน-สร้างแบรนด์ในประเทศ

บริษัท เอเอไอ จำกัด (มหาชน) หรือ AAI รายงานผลประกอบการงวดปีบัญชี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) ด้วยรายได้รวม 7,000 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิหดตัวลงเหลือเพียง 741 ล้านบาท จาก 998 ล้านบาท ในปี 2567 หรือลดลง 26.2% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.6% ต่ำกว่าปีก่อนหน้าที่ 14.3%

กำไรขั้นต้นลดจาก FX และต้นทุนวัตถุดิบ

แม้รายได้รวมยังคงอยู่ที่ระดับเดิม แต่บริษัทเผชิญแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลงเฉลี่ย 33 บาท/ดอลลาร์ ในปี 2568 (เทียบกับ 35.5 บาท/ดอลลาร์ ในปี 2567) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 15.1% จาก 17.8% ในปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานหดตัวถึง 32.4% เหลือเพียง 105 ล้านบาท

Core Business ยังแข็งแกร่ง แม้กำไรลด

ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบ YoY สะท้อนความแข็งแกร่งของ Core Volume Growth แม้รายได้ในสกุลเงินบาทจะลดลงจาก FX Impact

กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยในปี 2568 บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่จำนวน 319 SKU (279 SKU สำหรับแมว, 40 SKU สำหรับสุนัข) และประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนกับแบรนด์ “โป” และ “มองชูบาลานซ์” ที่มีอัตราการเติบโตของปริมาณการขายสูงถึง 59% และรายได้เพิ่มขึ้น 24%

แผนขยายกำลังการผลิต-สร้างแบรนด์ในประเทศ

บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตอย่างชัดเจนในปี 2569 โดยมีแผนลงทุน 800 ล้านบาท แบ่งเป็น 430 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตแห่งที่สาม และ 370 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงเครื่องจักรและโครงสร้างพื้นฐาน

คาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นตามแผนดังนี้:

  • พ.ศ. 2568: 59,000 ตัน
  • พ.ศ. 2569: 64,000 ตัน
  • พ.ศ. 2570: 75,000 ตัน
  • พ.ศ. 2571: 80,000 ตัน

เป้าหมายรายได้ปี 2569 โต 8.1% แตะ 7,600 ล้านบาท

บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 อยู่ที่ 7,600 ล้านบาท หรือเติบโต 8.1% เมื่อเทียบ YoY โดยแบ่งเป็น:

  • OEM Pet Food: เติบโต 8.4% หรือ 6,080 ล้านบาท
  • Human Food: เติบโต 5.9% หรือ 800 ล้านบาท

พร้อมคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ในช่วง 13–16% ในปีหน้า แม้ยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนปลาทูน่าและ FX Risk

กลยุทธ์ใหม่ เน้น B2C และมูลค่าเพิ่ม

AAI เดินหน้าขยายโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิต OEM สู่การสร้างแบรนด์ในประเทศ โดยเน้นช่องทาง B2C พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์แบรนด์ “มองชู” และ “ฮาจิโกะ” เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและคุณภาพ

กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ยังรวมถึงการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ (ฟัน สุขภาพร่างกาย), ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์ (Plant-based) และอาหารพร้อมทานเสริมมูลค่า เช่น ซอสศิริราชามาผสม

สรุปใจความสำคัญ

AAI ยังคงมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาด OEM Pet Food และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล “OEM + Private Label” อย่างชัดเจน แม้จะเผชิญแรงกดดันจาก FX และต้นทุน แต่การเติบโตของปริมาณการขาย 12.3% และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สะท้อนความมั่นคงใน Core Business

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การลงทุนในโรงงานแห่งที่สามและการขยายแบรนด์ในประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added) สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ FX Risk และความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้จากธุรกิจ Human Food ในระยะสั้น

โดยรวม AAI มีแผนการเติบโตอย่างมีทิศทาง พร้อมรับมือความไม่แน่นอนในโลกธุรกิจปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์ล่าสุด