บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ASIAN ปี 2568: รายได้รวมลดเล็กน้อยแต่กำไรสุทธิยังรักษาระดับเดิม แม้ต้องดิ้นรนกับเงินบาทแข็งและอัตรากำไรขั้นต้นร่วงเหลือ 13.8%
P/E 8.51 YIELD 9.44 ราคา 7.15 (0.00%)
ASIAN ปี 2568: รายได้รวมลดเล็กน้อยแต่กำไรสุทธิยังรักษาระดับเดิม แม้ต้องดิ้นรนกับเงินบาทแข็งและอัตรากำไรขั้นต้นร่วงเหลือ 13.8%
บริษัท เอเชียนซีคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN รายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้รวมแตะระดับ 17,764 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 17,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นการหดตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ กำไรสุทธิยังคงรักษาไว้ได้ที่ 682 ล้านบาท แม้จะลดลงจาก 848 ล้านบาทในปีก่อน หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 6.3% จาก 7.9% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความมั่นคงของโครงสร้างธุรกิจแม้เผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยร่วม
“แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพช่วยรักษากำไรสุทธิไว้ได้ในระดับที่ยอมรับได้”
จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 17.6% ในปีก่อน มาอยู่ที่เพียง 13.8% หรือคิดเป็นการหดตัว 3.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตลอดปี โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งที่มียอดขายสูงถึง 9,170 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกว่า 51.6% และเติบโต +15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กลับต้องเผชิญกับการลดลงของรายได้ในสกุลเงินบาท
“ธุรกิจหลักอย่างอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็งยังคงเป็นหัวใจของกำไร แม้จะมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 14–16% ก็ตาม”
ในแง่ของธุรกิจเฉพาะด้าน ปรากฏว่า ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างร้อนแรง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรายได้รวมสูงถึง 6,320 ล้านบาท จากปริมาณการขายที่ 12,373 ตัน ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคพรีเมียม โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ผ่านแบรนด์ระดับโลกอย่าง MONCHU และ HAJIKO ขณะที่ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งเติบโต +15.5% หรือเพิ่มขึ้นจาก 7,938 ล้านบาท เป็น 9,170 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน
“การบริหารความเสี่ยงด้วยกลไก hedging ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 และตลอดปี”
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจรองอย่างอาหารสัตว์น้ำและอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกกลับเผชิญภาวะหดตัว โดยธุรกิจอาหารสัตว์น้ำมีรายได้เพียง 210 ล้านบาท ลดลง 4.8% จากปีก่อน ขณะที่อาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกมียอดขายเพียง 164 ล้านบาท หรือลดลงถึง 19.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากนโยบายการสั่งซื้อแบบ “order then stock” จากลูกค้าในตะวันออกกลาง ทำให้ต้องปรับลดสต๊อกคงคลังและปรับประสิทธิภาพการผลิต
“โครงสร้างหนี้ของบริษัทยังแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ โดยดีเอเวอร์โชว์ต่ำกว่า 1% และไม่มีภาระหนี้ระยะยาวเหลืออยู่”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.6% มาเป็น 13.8% มีแผนกลับสู่ระดับ 15–17% หรือไม่? บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ที่ 14.6% (บวก-ลบ 1%) ในปีงบประมาณนี้ และมุ่งรีโคลเวอร์ให้อยู่ในระดับ 14–16% ภายในปี 2570 โดยเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- ธุรกิจอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึกลดลงอย่างต่อเนื่อง เหตุใด? ลูกค้าหลักในตะวันออกกลางเปลี่ยนมาใช้โมเดล “order then stock” ทำให้ต้องปรับลดสต๊อกคงคลัง และปรับกระบวนการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- การลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำมีความคืบหน้าหรือไม่? มีการพัฒนาสูตรอาหารกุ้งเพื่อเพิ่มคุณค่าและปริมาณผลผลิตให้เกษตรกร โดยยังเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก และตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศ
- เป้าหมายรายได้ในปี 2569 คือเท่าใด? บริษัทตั้งเป้าเติบโตของรายได้รวมอยู่ที่ 8–10% โดยเน้นธุรกิจหลักทั้งอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง
- ปัจจัยที่ต้องจับตาในอนาคตคืออะไร? อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ยังคงสูง ความฟื้นตัวของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการลงทุนด้าน R&D เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม
ภาพรวมของ ASIAN ในปี 2568 จึงไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง โดยยึดหลัก “กำไรที่ควบคุมได้ แม้รายได้จะเปลี่ยนแปลง” และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกภายนอกด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ