https://aio.panphol.com/assets/images/community/16626_E2B5CD.png

DELTA: กำไรโต 42.4% แตะ 754 ล้านดอลลาร์ ปี 2568 รับแรงหนุน Data Center & AI

P/E 123.16 YIELD 0.24 ราคา 245.00 (0.00%)

DELTA: กำไรโต 42.4% แตะ 754 ล้านดอลลาร์ ปี 2568 รับแรงหนุน Data Center & AI

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2568 (Fiscal Year 2025) อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมแตะ 6,025 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 30.9% เทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 42.4% หรืออยู่ที่ 754 ล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี สะท้อนโมเมนตัมการเติบโตที่มั่นคงภายใต้แรงขับเคลื่อนหลักจาก ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน การประมวลผล AI และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายได้-กำไรเติบโตแรง ขับเคลื่อนจาก Core Business และ Product Mix ดีขึ้น

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกิดจากกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทในการย้ายฐานการผลิตจากไต้หวันสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมบางปูและเวลล์กราวธ์ ซึ่งช่วยเสริมบทบาทให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกสำหรับผลิตภัณฑ์ Power Electronics คุณภาพสูงในตลาด Tier-1

รายการ ปี 2568 (Fiscal Year 2025) เทียบกับปี 2567 (YoY) หมายเหตุ
รายได้รวม 6,025 ล้านดอลลาร์ฯ ↑ 30.9% ปรับเพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยนบาทแข็งค่า
กำไรขั้นต้น (ทั้งปี) 5,360 ล้านดอลลาร์ฯ ↑ 32.4% ขับเคลื่อนจากสินค้ามาร์จิ้นดี
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) 27.0% (ทั้งปี) ↑ 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ปรับดีขึ้นจาก Product Mix และ Cost Management
กำไรจากการดำเนินงาน 810 ล้านดอลลาร์ฯ ↑ 48% รักษาระดับสูงแม้เผชิญภาระภาษีเพิ่ม
กำไรสุทธิ 754 ล้านดอลลาร์ฯ ↑ 42.4% จุดสูงสุดในรอบ 10 ปี
อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) 12.5% ใกล้เคียงปี 2567 ได้รับผลกระทบจากภาษีเพิ่ม แต่ชดเชยด้วยรายได้อื่น

บริษัทเน้น Core Business ที่มีรายได้จากผลิตภัณฑ์ Power Electronics (71% ของยอดขาย) และ Data Center Solutions เป็นแกนหลัก โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยสูงกว่า 28% ขณะที่ Non-Core Items เช่น รายได้อื่นจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX gain) และการชดเชยภาษีนำเข้า ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาระภาษีเพิ่ม

GloBE Tax กระทบกำไร 3,438 ล้านบาท แต่บริษัทเตรียมรับมือแล้ว

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือผลกระทบจาก Global Minimum Tax (GloBE) ซึ่งบริษัทบันทึกเป็นภาษีเพิ่ม (Top-Up Tax) จำนวน 3,438 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.7% ของรายได้ ส่งผลต่อกำไรสุทธิในงบการเงินปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยืนยันว่าบริษัทเตรียมรับมือมาแล้ว และแจ้งตัวเลขชัดเจนในงบการเงิน

กลยุทธ์ระยะยาว: เปิดโรงงานใหม่ ขยายศูนย์วิจัย พร้อมรับออเดอร์ AI & Data Center

บริษัทมีแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยจะเปิดอาคารผลิตเพิ่มในนิคมบางปู 3 แห่ง (ไตรมาส 1 และ Q4) และขยายศูนย์วิจัยพัฒนาแห่งที่ 2 ในบางปู นอกจากนี้ยังวางแผนก่อสร้างเพิ่มอีก 3 อาคาร ภายในปี 2570 (2027) โดยแบ่งเป็น 2 แห่งในบางปู และ 1 แห่งในเวลล์กราวธ์

  • เป้าหมายมาร์จิ้น: รักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น >27% และกำไรสุทธิ >12% แม้เผชิญภาระภาษีเพิ่ม
  • การจ้างงาน: เพิ่มทีมวิจัยและวิศวกรอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องติดตามในไตรมาสแรกปี 2569

นักลงทุนควรจับตา 3 ปัจจัยสำคัญในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569:

  • การรับออเดอร์จาก Data Center และ AI Infrastructure – เป็นตัวขับหลัก หากความต้องการชะลอ อาจกระทบยอดขาย
  • ผลกระทบจาก GloBE Tax ที่ยังไม่แน่นอน – แม้บริษัทบันทึกไว้แล้ว แต่หากมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายสรรพากรในอนาคต ก็อาจส่งผลต่อผลประกอบการ
  • ความสามารถในการเปิดใช้งานอาคารผลิตใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ – การขยายกำลังการผลิตต้องไม่เกิดความล่าช้าหรือปัญหาด้านคุณภาพ

สรุปใจความสำคัญ

DELTA อยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญของวงจรการเติบโต โดยมี ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในประเทศไทย และ Product Mix ที่เปลี่ยนไปสู่ Power Electronics คุณภาพสูง เป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก แม้จะเผชิญภาระภาษีเพิ่มจาก GloBE และความเสี่ยงจากลูกค้ารายใหญ่ แต่บริษัทแสดงความมั่นคงทางการเงินและกลยุทธ์การบริหารจัดการที่รอบคอบ หากสามารถรับออเดอร์จาก Data Center และเปิดใช้งานอาคารผลิตใหม่ได้ตามแผน คาดว่า DELTA จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป

โพสต์ล่าสุด