https://aio.panphol.com/assets/images/community/16334_6CF05F.png

CHOW กำไรปี 68 ลดลง 62.1% แม้ธุรกิจพลังงานทางเลือกเติบโต

P/E 18.64 YIELD 0.00 ราคา 1.36 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ:

CHOW กำไรสุทธิปี 2568 ลดลง 62.1% เหลือ 61.17 ล้านบาท เหตุธุรกิจเหล็กหยุดผลิตชั่วคราว แต่ธุรกิจพลังงานทางเลือกเติบโตต่อเนื่อง เตรียมแปรสภาพเป็น Holding Company มุ่งลงทุนธุรกิจศักยภาพสูง

ผลประกอบการปี 2568:

บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) (CHOW) รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 1,225.66 ล้านบาท ลดลง 66.1% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 3,617.18 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 61.17 ล้านบาท ลดลง 62.1% จาก 161.36 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากธุรกิจเหล็กต้องหยุดการผลิตและขายสินค้าในไตรมาสที่ 2 และ 3 เนื่องจากความล่าช้าในการพิจารณาโอนใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานทางเลือกของ CHOW มีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการเติบโตตามธรรมชาติ (Organic) และการเข้าซื้อกิจการ (In-organic) โดยในเดือนกันยายน 2568 ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ – โซลาร์ฟาร์ม มีกำลังการผลิตรวม 10 เมกะวัตต์

ข้อสังเกตและแนวโน้ม:

CHOW คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 1.6% - 2.0% ส่งผลให้ภาคการก่อสร้างและตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการเหล็กเส้นในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กเส้นในประเทศไทยยังได้รับแรงกดดันจากเหล็กราคาต่ำนำเข้าจากต่างประเทศ และมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของบริษัทฯ

สำหรับธุรกิจพลังงานทางเลือก CHOW มองว่าการสนับสนุนเชิงนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการให้ความสำคัญกับ ESG ของสถาบันการเงินและภาคเอกชน จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ แต่ความไม่ต่อเนื่องของนโยบายการส่งเสริมจากรัฐบาล และความผันผวนของราคาอุปกรณ์ที่สำคัญ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ยังคงเป็นความท้าทาย

สรุปและทิศทาง:

แม้ผลประกอบการปี 2568 จะลดลงเนื่องจากปัญหาในธุรกิจเหล็ก แต่ CHOW ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ และมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจพลังงานทางเลือก โดยมีแผนที่จะแปรสภาพเป็น Holding Company เพื่อบริหารการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตที่ดี รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG

โพสต์ล่าสุด