https://aio.panphol.com/assets/images/community/16185_D8EC26.png

หุ้น CNT ปี 2568: รายได้พุ่ง 7,450 ล้านบาท พร้อม Backlog กว่า 1.9 หมื่นล้าน จ่อเป้ารายได้ 1.5 หมื่นล้านในปีนี้

P/E 13.44 YIELD 4.90 ราคา 1.02 (0.00%)

หุ้น CNT ปี 2568: รายได้พุ่ง 7,450 ล้านบาท พร้อม Backlog กว่า 1.9 หมื่นล้าน จ่อเป้ารายได้ 1.5 หมื่นล้านในปีนี้

บริษัทคริสเตียนีและนีลเส็น(ไทย)จำกัด(มหาชน) หรือ CNT โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมียอดรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 6,100 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า มาสู่ระดับ 7,450 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 21.9% ภายในปีเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งขยาย Backlog สิ้นปีจาก 6,100 ล้านบาท เป็น 19,039 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 12,939 ล้านบาท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานงานในมือ และความเชื่อมั่นจากลูกค้าภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ครองสัดส่วนมากกว่า 74% ของยอด Backlog ทั้งหมด

“รายได้เพิ่มขึ้น 21.9% และ Backlog พุ่งเกือบสามเท่าในปีเดียว คือเครื่องหมายชัดเจนว่า CNT ไม่ได้แค่เติบโต แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ”

ภาพรวมผลประกอบการในปีนี้ยังแสดงถึงความแข็งแกร่งในด้านกำไร โดยกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ปรับตัวขึ้นจากเพียง 13 ล้านบาท ในปีก่อน มาสู่ระดับ 70 ล้านบาท หรือเติบโตเกือบ 438% ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งจาก 37 ล้านบาท เป็น 56 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 3.54% มาอยู่ที่ 4.92% แสดงถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและมาร์จินที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในธุรกิจ Core หรือก่อสร้างหลักที่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จาก EBIT เพิ่มจาก 13 ล้านเป็น 70 ล้าน และมาร์จินขยับขึ้นจาก 3.54% เป็น 4.92% แสดงว่า CNT ไม่ได้เติบโตด้วยปริมาณ แต่เติบโตด้วยคุณภาพ”

แม้บริษัทย่อยอย่าง CNECS และ CNDCM จะยังมีผลประกอบการติดลบในปีก่อนหน้า โดย CNECS ขาดทุนประมาณ -210 ล้านบาท และ CNDCM ขาดทุนราว -100 ล้านบาท แต่บริษัทมีแผนบริหาร Cash Flow และลดภาระหนี้สินอย่างมีระบบ โดยเฉพาะ CNDCM ที่เริ่มเห็นภาพของการหยุดขาดทุน และคาดว่าจะกลับมาเป็นกำไรภายในปีงบประมาณ 2568 พร้อมกับการเบิกใช้เทอมโลนเพิ่มขึ้น 330 ล้านบาท จากสถาบันการเงิน และมีแผนเบิกเต็มจำนวนเมื่อโครงการพร้อม ขณะที่สินเชื่อจาก C&T ไปยัง CNDCM ลดลงจาก 780 ล้านบาท เหลือเพียง 500–450 ล้านบาท สะท้อนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม้ซับซีรีส์จะยังขาดทุนในปีก่อน แต่แผนบริหาร Cash Flow และลดภาระหนี้อย่างชัดเจน ทำให้ภาพรวมของ CNT ไม่ได้ถูกบดบัง”

เป้าหมายระยะสั้นของ CNT คือการบรรลุรายได้รวม 15,000 ล้านบาทภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยอิงจากงานใหม่ที่เข้ามาประมูลกว่า 38,000 ล้านบาท และคาดว่าจะคว้าอาวอร์ดรวมได้ประมาณ 23,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Hyper-scale) เช่น Data Center, โรงงานอุตสาหกรรม และไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง ซึ่งช่วยลดการแข่งขันในระดับทั่วไป และเพิ่มโอกาสในการรักษาส่วนแบ่งตลาด

“เป้ารายได้ 15,000 ล้านบาท ไม่ใช่แค่ฝัน แต่คือแผนที่รองรับด้วย Backlog 1.9 หมื่นล้าน และงานใหม่กว่า 3.8 หมื่นล้าน”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • สงครามตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนวัสดุหรือไม่? บริษัทระบุว่า แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะสงคราม แต่ราคาวัสดุยังไม่พุ่งสูงเทียบกับเหตุการณ์ยูเครน โดยใช้กลยุทธ์ตกลงสัญญาล่วงหน้ากับผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ และนำวัสดุเข้ามาใช้จำนวนมากเพื่อลดความเสี่ยง
  • งานใหม่ที่ประมูลมีมูลค่าเท่าใด? มีงานใหม่เข้ามาให้เสนอราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนทั่วไป แต่การแข่งขันสูงในงานขนาดกลาง ส่วนงานเฉพาะทาง เช่น Data Center ยังมีโอกาสสูง
  • Backlog สูงถึง 1.9 หมื่นล้าน กลัวรับงานไม่ทันไหม? บริษัทประเมินความเสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะกรณีสงครามยูเครน จึงมีมาตรการตั้งเงื่อนไขก่อนรับงาน และบริหารทรัพยากรอย่างรอบคอบ
  • ซื้อที่ดินภูเก็ตเพื่อทำอะไร? เพื่อขยายฐานธุรกิจสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานภายในปีนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและแผนงานที่เหมาะสม
  • บริษัทย่อย CNECS และ CNDCM จะกลับมาเป็นกำไรเมื่อไหร่? มีแนวโน้มจะกลับมาเป็นกำไรภายในปีงบประมาณ 2568 หากไม่มีปัจจัยภายนอกรุนแรง
  • เทอมโลนเพิ่มขึ้น 330 ล้านบาท ใช้ไปแล้วกี่ส่วน? เบิกใช้ไปแล้วประมาณ 200 ล้านบาท และมีแผนเบิกเต็มจำนวนเมื่อโครงการพร้อม
  • งาน Data Center เป็นแบบเทิร์นคีย์หรือไม่? ไม่รวมงานออกแบบ โดยครอบคลุมเพียงงานโยธา M&E และระบบไฟฟ้าทั้งหมด

ภาพรวมของ CNT ในปี 2568 จึงไม่ใช่แค่การเติบโตทางตัวเลข แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างธุรกิจอย่างลึกซึ้ง โดยมีรายได้ 7,450 ล้านบาท, Backlog 19,039 ล้านบาท, EBIT 70 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 15,000 ล้านบาทภายในปีเดียวกัน พร้อมแผนขยายสู่อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตและงาน Hyper-scale ที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง — ทุกตัวเลขคือเครื่องหมายของความมั่นคง และการเติบโตอย่างยั่งยืน

โพสต์ล่าสุด