https://aio.panphol.com/assets/images/community/16111_B22C33.png

DIMET โชว์กำไรพุ่งกระฉ่อน! ปี 2568 รวยขึ้น 30% จากตลาด B2B และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.06 (0.00%)

DIMET โชว์กำไรพุ่งกระฉ่อน! ปี 2568 รวยขึ้น 30% จากตลาด B2B และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

บริษัท ไดเมท(สยամ)จำกัด(มหาชน) หรือ DIMET ทำผลงานได้โดดเด่นในปีงบประมาณ 2568 (ค.ศ. 2025) โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2567) ซึ่งมีรายได้เพียง 145,000 ลบ. ส่งผลให้รายได้รวมในปี 2568 พุ่งทะยานขึ้นแตะระดับ 147,900 ล้านบาท เป็นสัญญาณของการขยายตลาด B2B ที่แข็งแกร็งและการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเฉพาะทางในกลุ่มโครงสร้างเหล็กและอุตสาหกรรมพลังงาน
"การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ DIMET ปีนี้ ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เป็นผลจากการวางแผนกลยุทธ์อย่างรอบคอบ และมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพ"
บริษัทมุ่งเน้นการขยายสัดส่วนรายได้จากโครงการที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต่ำกว่า 5-15 ปี ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น สีกันไฟแบบ Active Flame Retedant (ISO 834/837) และสีฉนวนความร้อนที่ลดการถ่ายเทความร้อนได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง การปรับเปลี่ยนจากฐานผลิตแบบดั้งเดิม มาสู่แนวคิด “ครบวงจร” ที่เน้นความสมดุลระหว่างต้นทุนการใช้งาน และอายุการใช้งานของสินค้า กลยุทธ์นี้ยังส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
"เราไม่ได้ขายแค่สี แต่เราขายความคุ้มค่า และความยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด"
ผลประกอบการปี 2568 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ โดยบริษัททำกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT/Core Profit) ไปถึง 21,800 ล้านบาท และกำไรสุทธิ (Net Profit) ที่น่าประทับใจ 18,500 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมียอด Presale และ Transfer Revenue ที่สูงถึง 38,000 ลบ. และ 42,000 ลบ. ตามลำดับ
"ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า DIMET ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผู้ผลิตสี แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าของเรา"
จากการวิเคราะห์ Core vs Non-Core พบว่า Core Profit หรือกำไรจากงานโครงสร้างเหล็ก อุตสาหกรรมพลังงาน และงานรัฐวิสาหกิจที่มีอายุการใช้งานยาวนาน คิดเป็น 65% ของรายได้รวม ขณะที่ Non-Core Revenue ที่มาจากงานรายย่อยและงานชั่วคราว มีสัดส่วนเพียง 35% และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า DIMET มุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน
"การลดสัดส่วน Non-Core Revenue เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ DIMET มุ่งความสามารถไปสู่ธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนสูงและยั่งยืน"
ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จของ DIMET มาจากการขยายตลาด B2B โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และแท่นขุดเจาะ ซึ่งได้รับการรับรองคุณภาพจาก กตท. นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น สีกันไฟแบบ Active Flame Retardant ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 834 และ ISO 837 ก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานผลิตภัณฑ์

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

Q: ปีนี้มียอดขายรวมเท่าไหร่ และเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาอย่างไรครับ?

A: มียอดขายรวมในปี พ.ศ. 2568 เท่ากับ 147,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (พ. ศ. 2567) จำนวน 145,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%

Q: อัตราการเติบโตของรายได้แต่ละไตรมาสเป็นอย่างไรครับ?

A: ไตรมาสที่ 1 มียอดขายลดลง 11% จากปีก่อนหน้า ส่วนไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 19% ไตรมาสที่ 3 เป็นจุดสูงสุดของปี โดยเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และไตรมาสที่ 4 มียอดขายลดลงประมาณ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า

Q: สินค้าที่สร้างรายได้มามากที่สุดในปีนี้มีอะไรบ้างครับ?

A: สินค้าที่สร้างรายได้มากที่สุดคือซันฮีสสี่เอฟหกศูนย์เจ็ดเจ็ด (SunHies S4F 677) และซันฮีสยี่สิบห้าเอ็ดหกห้าศูนย์ (SunHies Y25 65) มียอดขายรวมถึง 37,000 ล้านบาท

Q: มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมในปีนี้หรือไม่ครับ?

A: มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น สีกันไฟแบบ Active Flame Retardant ที่ได้รับมาตรฐาน ISO 834 และ ISO 837 โดยมีจุดเด่นคือสามารถชะลอการลุกลามของไฟและป้องกันโครงสร้างเหล็กจากการทรุดตัวในกรณีเกิดอัคคีภัย

Q: มีแผนลดต้นทุนการผลิตอย่างไรครับ?

A: มีแผนผลิตสินค้าสำเร็จรูปมากขึ้น โดยเฉพาะสีน้ำมันและสีน้ำ เพื่อลดกระบวนการผลิตจาก “บดแล้วแต่งสี” มาเป็น “เบรกเคลียร์แล้วแต่งสี” เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิต

Q: มีแผนขยายตลาด B2B เข้าสู่ภาคอื่นๆ หรือไม่ครับ?

A: มีแผนขยายตลาด B2B เข้าสู่กลุ่มลูกค้าชิ้นส่วนยานยนต์ และเกร็ง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและทนทานต่อสภาพแวดล้อม

Q: มีแผนรองรับความเสี่ยงจากภาวะราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างไรครับ?

A: บริษัทวางแผนจะเน้นขายผลิตภัณฑ์ราคาประหยัดแต่มีคุณภาพสูงกว่า เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และยังคงรักษาฐานรายได้ไว้ได้แม้ในภาวะราคาน้ำมันสูง

Q: มีแผนพัฒนาโครงการร่วมกับภาครัฐหรือไม่ครับ?

A: มีโครงการร่วมกับภาครัฐ เช่น การรีโนเวทท่อแก๊สและท่อน้ำมันในเขตวัดเรียบ โดยใช้สีกันซึมและสีสะท้อนความร้อนที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 10 ปี

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

DIMET ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากโครงการ B2B สู่ 70% ภายใน 1-2 ปี และรักษาอัตราการเติบโตรายได้ในระดับ 15-20% นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาตนเองเป็นผู้นำตลาดสีสำหรับโครงสร้างเหล็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐในด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความตึงเครียดของราคาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมันและก๊าซ ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการลงทุน นอกจากนี้ การแข่งขันจากบริษัทผู้ผลิตสีระดับโลกที่เน้นผลิตภัณฑ์ยั่งยืนและเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งที่ DIMET ต้องเผชิญหน้า ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ DIMET พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ และเดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสีอย่างเต็มตัว

โพสต์ล่าสุด