บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
NER: โบรกเกอร์ PI ยังคงแนะนำ "ซื้อ" แม้โรงงานใหม่ล่าช้า คาดการณ์กำไรปี 26 ที่ 1,798 ล้านบาท
P/E 4.61 YIELD 6.60 ราคา 4.70 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ:
NER ยังคงได้รับคำแนะนำ "ซื้อ" จากโบรกเกอร์ PI แม้ว่าโรงงานใหม่จะล่าช้าไป 1 ไตรมาส แต่ยังคงมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของผลประกอบการในปี 2569 โดยมีเป้าหมายยอดขายที่ผู้บริหารตั้งไว้ที่ 500,000 ตัน โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่มีโอกาสเติบโตจากการปรับโครงสร้างภาษียางผสม NER ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2568 อีก 0.26 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 23 เมษายน, จ่ายวันที่ 7 พฤษภาคม)
ผลประกอบการ 4Q25: กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น แต่กำไรปกติลดลง
NER รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ 395 ล้านบาท (+10%YoY, +21%QoQ) อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษ เช่น เงินประกันเหตุไฟไหม้ 183 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 212 ล้านบาท (-56%YoY, -38%QoQ) ซึ่งถูกกดดันจากกำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รายได้รวมอยู่ที่ 7,231 ล้านบาท (-19%YoY, +8%QoQ) โดยมีปริมาณขาย 124,018 ตัน (-9%YoY) จากฐานที่สูงและผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ แต่เพิ่มขึ้น 8%QoQ จากการเร่งส่งมอบ
สำหรับทั้งปี 2568 NER มีกำไรสุทธิ 1,885 ล้านบาท (+14%YoY) แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 1,634 ล้านบาท (-2%YoY) บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 500,000 ตัน โดยคาดว่าจะมีการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง และมีความเสี่ยงจากปัญหาภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตยางพารา การสร้างโรงงานยางแท่งแห่งที่ 3 ล่าช้าไปเป็นไตรมาส 1 ปี 2570 จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มในไตรมาส 4 ปี 2569
ข้อสังเกต:
โบรกเกอร์ PI ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 8% มาอยู่ที่ 1,798 ล้านบาท (+10%YoY หากนับเฉพาะกำไรปกติ) เนื่องจากโรงงานใหม่ที่ล่าช้าและผลกระทบจากความผันผวนของราคายางพาราที่มีต่อกำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตหลักคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2570 เป็นต้นไปหลังโรงงานสร้างเสร็จ
สรุป:
PI ยังคงแนะนำ "ซื้อ" NER โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 5.84 บาท (PER 6 เท่าของประมาณการกำไรปี 2569) แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจากความล่าช้าของโรงงานใหม่และความผันผวนของราคายางพารา แต่ NER ยังคงมีโอกาสเติบโตจากตลาดอินเดียและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ NER ยังจ่ายเงินปันผลสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2568 อีก 0.26 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 23 เมษายน, จ่ายวันที่ 7 พฤษภาคม)