https://aio.panphol.com/assets/images/community/16048_F1CB5C.png

BH: ค่ารักษาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นหนุนกำไร บัวหลวงฯ เคาะเป้า 225 บาท

P/E 17.96 YIELD 6.49 ราคา 169.50 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

BH คาดการณ์รายได้ Q1/69 โต 2-3% แม้เจอผลกระทบจากรอมฎอน แต่ได้แรงหนุนจากความเข้มข้นของ ผู้ป่วยที่สูงขึ้น โครงสร้างเคสที่เอื้อประโยชน์ และการปรับขึ้นค่าบริการ 4% โครงการโรงพยาบาลภูเก็ต เลื่อนไปครึ่งหลังปี 2570

Q1/69 เติบโตได้ แม้เจอรอมฎอนเต็มไตรมาส

ผู้บริหาร BH ตั้งเป้ารายได้ Q1/69 โต 2-3% YoY แม้รอมฎอนจะครอบคลุมทั้งไตรมาส แสดงถึงความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างที่ต่างจากเดิม การเติบโตต่อเนื่องมาจากความเข้มข้นของเคสที่สูงขึ้น โครงสร้างผู้ป่วยที่เอื้อประโยชน์ และการปรับขึ้นค่าบริการ 4% โมเมนตัมกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากอำนาจการตั้งราคา และความซับซ้อนของเคส

ปี 2569 BH จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI แต่ผลกระทบจะถูกกลบด้วยการปรับขึ้นค่าบริการ 4% อุปสงค์จากตะวันออกกลางที่แข็งแกร่ง และการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ป่วยไปสู่เคสต่างชาติที่ซับซ้อนมากขึ้น EBITDA margins ทรงตัวที่ 25–26% จากการขยายเครือข่ายตัวแทนในต่างจังหวัด

โครงการโรงพยาบาลภูเก็ตเลื่อนไปครึ่งหลังปี 2570 เนื่องจากความล่าช้าในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แม้เหตุผลเชิงกลยุทธ์ยังคงเดิม แต่การเลื่อนทำให้ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินงานและต้นทุนเริ่มต้นถูกเลื่อนออกไป ช่วยลดความเสี่ยงต่อการลดทอนอัตรากำไรในระยะสั้น โครงการมีงบลงทุน 5–7 พันล้านบาท รองรับผู้ป่วยเริ่มต้น 50 เตียง และมีแผนขยายเป็น 120 เตียงภายใน 5 ปี

ข้อสังเกต

บล.บัวหลวง (BLS) ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" BH โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 225 บาท จากแนวทางรายได้ Q1/69 ที่เป็นบวกแม้มีรอมฎอน รวมถึงผลตอบแทนเงินปันผลที่ปรับตัวดีขึ้น BH เป็นหนึ่งในธุรกิจด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่แตกต่างจากผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดในประเทศ

สรุป

BH กำลังก้าวสู่การเป็นกิจการที่มีคุณภาพเชิงโครงสร้างสูงขึ้น โดยมีโครงสร้างผู้ป่วยต่างชาติและอำนาจการตั้งราคาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกำไรในช่วงปี 2569–2570

โพสต์ล่าสุด