https://aio.panphol.com/assets/images/community/15928_1952C8.png

BAFS OPPDAY Summary 2568 Q4

P/E 25.57 YIELD 3.88 ราคา 8.50 (0.00%)

BAFS: ท่ามกลางสมรภูมิพลังงานโลก..ยังคงรุ่ง! ปี'68 ฟันรายได้ทะลุ 3,850 ล้านบาท

ท่ามกลางกระแสลมกรกของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสงครามในอ่าวเปอร์เซีย หรือความชะลอตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาค BAFS หรือ บริษัท น้ำมันชาโดวล์ จำกัด (มหาชน) กลับยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งก้าวนำด้วยยอดรายได้รวมที่พุ่งสูงถึง **3,850 ล้านบาท** ในปีงบประมาณ 2568 (ค.ศ. 2025) ซึ่งถือเป็นการเติบโตเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ทำได้ **3,700 ล้านบาท** แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่รวดเร็วของบริษัทท่ามกลางความท้าทาย
BAFS มุ่งเน้นการเติบโตจากฐานธุรกิจหลักด้านการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน โดยโวลุ่มการเติมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ราว 17.1 ล้านลิตร ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแม้ผ่านวิกฤตระดับโลกหลายครั้ง เช่น โควิด และสงคramaในอ่าวเปอร์เซีย”
การผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ ไม่ได้มาจากการโชคช่วยเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบ ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก **1,740 ล้านบาท** เป็น **1,920 ล้านบาท** และยังคงรักษาระดับกำไรสุทธิไว้ได้อย่างมั่นคงที่ **1,212 ล้านบาท** ขณะที่ EBITDA Margin หรือผลตอบแทนที่ได้รับก่อนดอกเบี้ย ฯลฯ เพิ่มขึ้นจาก **4.0%** เป็น **4.8%** แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันเติมเฉลียดยังคงที่ที่ **17.1 ล้านลิตรต่อวัน** แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการให้บริการ
“การขยายตัวของธุรกิจบาฟอินเทคเข้าสู่เวียดนาม โดยเฉพาะสนามบินหน่วยบาย สะท้อนความต้องการเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (GDP เวียดนามคาดเติบโต 5–7%)”
ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการกระจายฐานรายได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะเห็นได้จากผลประกอบการของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Core Profit) ที่เติบโตอย่างโดดเดือย ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อเติบโตขึ้น **14%** มาอยู่ที่ **152 ล้านบาท** ในขณะที่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าเติบโตถึง **18%** และสร้างผลกำไรให้กับบริษัท **152 ล้านบาท** โดยมี EBITDA Margin ที่น่าประทับใจถึง **59%** นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการลิงก์ไลน์ภาคเหนือที่คาดว่าจะเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบภายในปี 2569 และจะสามารถเพิ่มโวลุ่มการขนส่งน้ำมันในภาคเหนือได้ถึง **700–1,000 ล้านลิตรต่อปี** อย่างไรก็ตาม BAFS ก็ไม่ได้เฉยชาต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์โลกที่ยังคงไม่แน่นอน เช่น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงจากสงครามในอ่าวเปอร์เซีย หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของรัฐบาล จึงมีการปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยควบคุมต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นเพียง **1.3%** ในขณะที่รายได้เติบโตถึง **6%** รวมถึงการรักษาอัตราสภาพคล่องไว้ที่สูงถึง **6 เดือน** เพื่อรองรับการดำเนินงานที่อาจเกิดความไม่แน่นอน
“บริษัทดำเนินการ “ลดต้นทุนอย่างเข้มงวด” โดยควบคุมกระแสเงินสดอย่างเข็มงวด เพิ่มอัตราสภาพคล่องให้รองรับการดำเนินงานได้สูงถึง 6 เดือน จากเดิม 2 เดือน และลดต้นทุนการเงินลงได้ 8% โดยอาศัยการชำระหนี้สถาบันการเงินเพิ่มเติมและอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ลดลง”
BAFS ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งมอบรถเติมน้ำมันอากาศยานให้บาฟอินเทคจำนวน **12 คัน** ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในตลาดเวียดนาม และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ Carbon Credit จากธุรกิจท่อภาคเหนือ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมในระยะยาว

ถาม-ตอบ (Q&A)

  • Q: ผลกระทบสงครามอ่าวเปอร์เซียกระทบยอดเติมน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?
    A: สัดส่วนการเติมจากภูมิภาคนี้คิดเป็นประมาณ 11% ของ Portfolio รวม โดยในช่วงสัปดาห์แรกเหตุการณ์เกิดขึ้น มีการลดลงเฉลียต่อวันราว 1 ล้านลิตร จากระดับปกติ (เคยเติมเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน) แต่หลังจากนั้นสายการบินปรับตัวโดยเพิ่มเที่ยวบินและใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ ส่งผลให้ปริมาณเติมลดลงเหลือเพียง 500,000–600,000 ลิตรต่อวัน
  • Q: มีการส่งมอบรถเติมน้ำมันอากาศยานให้บาฟอินเทคกี่คันในปีที่แล้ว?
    A: ในปี 2567 ส่งมอบรถเติมน้ำมันอากาศยานสำเร็จจำนวน 12 คัน โดยแบ่งเป็นรถของ BAFS จำนวน 6 คัน และอีก 6 คันเป็นรถส่งมอบให้บริษัทอื่นในกลุ่ม
  • Q: สัญญาสัมปทานในสนามบินสุวรรณภูมิจะขยายต่อหรือไม่?
    A: สัญญาสัมปทานในส่วนเติมน้ำมัน (refueling) ที่ใกล้ครบกำหนดในเดือนกันยายน 2568 จะยังคงให้บริการต่อภายใต้สัญญาเดิมจนกว่าจะมีการประมูลใหม่ตามพระราชบัญญัติร่วมทุน และจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ด้วยเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง BAFS ตั้งเป้าที่จะเพิ่มโวลุ่มเติมน้ำมันขึ้น **4%** มาอยู่ที่ราว **550 ล้านลิตร** และเพิ่มรายได้รวมขึ้น **3%** มาอยู่ที่ประมาณ **3,850 ล้านบาท** ในระยะสั้น (2025–2026) และมุ่งเน้นการเสริมพลังงานสะอาดในระยะยาว (2027–2030) เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BAFS ท่ามกลางความท้าทายของโลก

โพสต์ล่าสุด