บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) ปี 2568: กำไรสุทธิ 190 ล้าน แม้ยอดขายลด 0.5% แต่ยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 15.7%
P/E 130.89 YIELD 0.00 ราคา 0.72 (0.00%)
ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) ปี 2568: กำไรสุทธิ 190 ล้าน แม้ยอดขายลด 0.5% แต่ยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 15.7%
บริษัทที.กรุงไทยอุตสาหกรรมจำกัด (มหาชน) หรือ TKT โชว์ความแข็งแกร่งในช่วงปีงบประมาณ 2568 แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและคู่แข่งจากจีนที่เข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มพาสเซ็นเจอร์คาร์ ซึ่งยอดผลิตภายในประเทศลดลงถึง 6.7% แต่บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้คงที่ที่ระดับ 15.7% และทำกำไรสุทธิได้ถึง 190 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นและเผชิญกับผลขาดทุนสะสม
"การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพคือหัวใจของความยั่งยืนในภาวะขาลง"
จุดเปลี่ยนสำคัญของ TKT ในปี 2568 คือการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะชิ้นส่วนพลาสติกที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เริ่มโยกย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย ขณะเดียวกัน สัดส่วนรายได้จากธุรกิจแม่พิมพ์ (Mold Business) เพิ่มขึ้นจาก 84% เป็น 86% สะท้อนความสำเร็จในการรักษาฐานลูกค้าระดับหนึ่ง (OEM)
"เราไม่ได้ขยายพื้นที่โรงงาน แต่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ถึง 15% ผ่าน Smart Factory"
กลยุทธ์หลักของ TKT คือการลงทุนใน Smart Factory โดยเริ่มต้นด้วยโครงการ Pilot ที่โรงงานกิ่งแก้ว ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วจำนวน 10 ล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะขยายผลในระยะยาวภายใน 3 ปี โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่การผลิตแต่อย่างใด ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เฉลี่ย 15% พร้อมลดอัตราสูญเสียในกระบวนการผลิต และควบคุมต้นทุนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำนวนพนักงานลดลงจาก 717 คนในปีก่อนเหลือเพียง 687 คน
"การเติบโตไม่จำเป็นต้องขยายโรงงาน — แค่ปรับโครงสร้างและเทคโนโลยีให้ทันสมัย"
ด้านภายนอก TKT ยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามโลกและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อการส่งออก รวมถึงความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวัตถุดิบที่นำเข้าจากจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังยืนยันว่าธุรกิจชิ้นส่วนพรินเตอร์ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยอดขายได้รับการคอนเฟิร์มจนถึงเดือนพฤษภาคม และระบบติดตามลูกค้ารายสัปดาห์ยังคงดำเนินอย่างมีประสิทธิภาพ
"เราไม่ได้ผลิตเมทัลสแตมปิ้งเอง แต่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์"
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Smart Factory ปีนี้เป็น Pilot หรือขยายผล? เป็นโครงการ Pilot ในโรงงานกิ่งแก้ว โดยมีแผนขยายผลในระยะยาวภายใน 3 ปี
- มูลค่าลงทุนใน Smart Factory เท่าใด? ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว 10 ล้านบาทในปี 2568
- คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้กี่เปอร์เซ็นต์โดยไม่ขยายพื้นที่? เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ประมาณ 15%
- ธุรกิจแม่พิมพ์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากเท่าใดเป็นเท่าใด? เพิ่มขึ้นจาก 84% เป็น 86%
- บริษัทผลิตเมทัลสแตมปิ้งหรือไม่? ไม่มีการผลิตโดยตรง แต่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
- โครงการจั๊มพลัสเข้าร่วมหรือยัง? ยังไม่ได้เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ แต่กำลังพิจารณาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
- กำไรสุทธิในปี 2568 เท่าใด? 190 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 เท่าใด? 15.7%
- ยอดผลิตภายในประเทศลดลงเท่าใด? 6.7%
- จำนวนพนักงานลดลงจากเท่าใดเหลือเท่าใด? จาก 717 คน เหลือ 687 คน
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ TKT ในปี 2568 — บริษัทที่ไม่ได้เติบโตในตัวเลขรายได้ แต่เติบโตในประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ และการปรับโครงสร้างเพื่อความอยู่รอดในยุคเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์